ถุงกระดาษ E4 คราฟท์ แบบเดิมก็ใช้ได้นี่ แล้วทำไม Paisarn Packs ถึงพัฒนา E4 ขาวขึ้นมาอีก?
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของลูกค้าร้านอาหารและร้านกาแฟเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากครับ
จากเดิมที่ลูกค้าอาจเดินทางมานั่งทานที่ร้านเป็นหลัก
ปัจจุบันลูกค้าสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มกลับบ้าน หรือสั่งผ่านแอพเดลิเวอรี่ได้ง่ายขึ้นมาก
โดยเฉพาะร้านกาแฟ และร้านคาเฟ่ บทความนี้เราจะเน้นที่ร้านกาแฟหรือร้านคาเฟ่เป็นหลักนะ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ธุรกิจอื่นจะใช้ถุงกระดาษไซส์นี้ไม่ได้นะครับ
สำหรับร้านกาแฟและร้านคาเฟ่ ปัจจุบันการมีกาแฟอร่อยๆที่เจ้าของร้านตั้งใจชงให้ลูกค้า
ไม่ได้จบประสบการณ์อยู่แค่หน้าร้านอีกต่อไป
แต่ต้องเดินทางจากหน้าร้านไปถึงมือลูกค้าปลายทางด้วย
ตรงนี้เองที่ทำให้เรื่องของ “บรรจุภัณฑ์” เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นครับ
เพราะต่อให้กาแฟรสชาติดีมาก
ชงออกมาได้สวย
ตกแต่งร้านได้ดี
หรือร้านมีบริการที่น่าประทับใจ
แต่ถ้ากาแฟเกิดหกระหว่างทาง
แก้วขยับจนเครื่องดื่มกระฉอก
หรือเมื่อเปิดถุงออกมาแล้วพบว่าของข้างในดูไม่เรียบร้อย
ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับตอนปลายทาง ก็อาจไม่เหมือนกับสิ่งที่เจ้าของร้านตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก
เพราะฉะนั้น นี่คือหนึ่งในโจทย์ที่ Paisarn Packs เริ่มได้รับฟังจากลูกค้าของเรามากขึ้นครับ
โดยเฉพาะร้านกาแฟที่ใช้ถุงกระดาษคราฟท์ไซส์ E4 ในการใส่กาแฟ 2 แก้ว
ต้องบอกก่อนนะครับว่า
ถุงกระดาษคราฟท์ไซส์ E4 เดิม ไม่ใช่ถุงที่ใช้งานไม่ได้นะ
ตรงกันข้ามเลยครับ
ถุง E4 คราฟท์สามารถใส่แก้วกาแฟ 2 แก้วได้ตามการใช้งานปกติ และเป็นไซส์ที่ร้านกาแฟใช้กันอยู่แล้ว
แต่ไซส์ E4 คราฟท์ เป็นไซส์ที่มีมาเกือบ 5 ปี แล้วครับ ณ ตอนนั้นแทบจะไม่มีบริการเดลิเวอรี่เลยด้วยซ้ำ
ทำให้ไซส์อาจจะตอบโจทย์ในปัจจุบันได้ไม่ดีเท่าเดิม หรือเราสามารถพัมนาไซส์ให้ดีขึ้น
เพราะเมื่อเราได้รับ Feedback จากผู้ประกอบการมากขึ้น
เราก็เริ่มเห็นว่า คำว่า
“ใช้งานได้” กับ “ใช้งานได้ดีขึ้น” อาจเป็นคนละเรื่องกัน
และนั่นจึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของถุงกระดาษขาวไซส์ E4 ครับ
เมื่อกาแฟต้องเดินทางจากร้านไปถึงมือลูกค้า
ปัญหาที่เจ้าของร้านกังวลคืออะไร?
อยากให้ผู้อ่านลองนึกภาพง่าย ๆ ครับ
เจ้าของร้านกาแฟชงกาแฟ 2 แก้ว
ใส่ถาดรองแก้ว
จากนั้นนำทั้งหมดใส่ถุงกระดาษ
แล้วส่งให้ลูกค้าถือกลับบ้าน
หรือส่งต่อให้พี่ไรเดอร์นำไปส่งให้ลูกค้า
ระหว่างทาง
ถุงอาจถูกวางบนรถ
ถูกยกขึ้นลง
รถอาจมีการเบรก
มีการเลี้ยว
หรือผ่านถนนที่ไม่เรียบ
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เจ้าของร้านควบคุมไม่ได้ทั้งหมด
แต่อาจส่งผลต่อร้านของคุณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น สิ่งที่เจ้าของร้านพยายามทำให้ได้มากที่สุด เราคิดว่าคือ
ทำอย่างไรให้แก้วกาแฟด้านในขยับน้อยที่สุด และเมื่อไปถึงมือลูกค้าแล้ว ยังอยู่ในสภาพที่ดี
ดีที่ว่าคือ สภาพดีทั้งด้านนอกตัวถุง และด้านในตัวถุง
จากการพูดคุยกับลูกค้าของเรา ผมพบว่าบางร้านไม่ได้กังวลแค่เรื่องกาแฟหกอย่างเดียวครับ
แต่ยังกังวลเรื่องภาพรวมของสินค้าเวลาถึงมือลูกค้าด้วย
เพราะบางครั้งกาแฟอาจไม่ได้หก
แต่ของข้างในดูหลวม แก้วเอียง
ของกระจัดกระจายเวลาลูกค้าเปิดถุงออกมา
หรือถุงดูพองจนรู้สึกว่าเลือกไซส์ไม่พอดี
เจ้าของร้านบางท่านจึงเลือกใช้วิธีเพิ่มการปิดเทป
เช่น ปิดบริเวณปากถุงด้านบน
และบางท่านก็พยายามปิดเทปเพิ่มบริเวณด้านข้างของถุง
เพื่อช่วยให้สิ่งของด้านในอยู่กับที่มากขึ้น
แนวคิดนี้ก็มีเหตุผลครับ
เพราะยิ่งสามารถล็อคของด้านในได้มากขึ้น ก็ยิ่งช่วยลดการขยับของแก้วระหว่างเดินทาง
แต่พอเราลองทำจริง กลับพบอีกโจทย์หนึ่งตามมาครับ
คือ
ถ้าปิดเทปเพิ่มแล้ว ถุงกระดาษจะยังดูสวยอยู่ไหม?
เพราะความปลอดภัยอย่างเดียวอาจยังไม่พอ
ผมคิดว่าร้านกาแฟหลายร้านไม่ได้ต้องการแค่ “กาแฟไม่หก” ครับ
แต่ก็อยากให้สิ่งที่ลูกค้าได้รับออกมาดูดีด้วย
เพราะเวลาลูกค้ารับถุงกาแฟจากร้าน
ถุงกระดาษเองก็เป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ร้าน
ถ้าถุงดูพองมากเกินไป
ถุงเสียรูป
หรือดูเหมือนใส่ของแน่นจนเกินไป
ลูกค้าอาจรู้สึกได้ทันทีว่า
“ร้านไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียดของบรรจุภัณฑ์เลย”
แม้จะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่รายละเอียดแบบนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจากร้านครับ
ดังนั้นโจทย์ที่เราได้รับจึงไม่ได้มีแค่
“ทำอย่างไรให้กาแฟปลอดภัยขึ้น”
แต่มีอีกคำถามหนึ่งด้วยว่า
“ทำอย่างไรให้กาแฟปลอดภัยขึ้น โดยที่ถุงกระดาษยังดูดี?”
และนี่คือสิ่งที่ทำให้เราไม่ได้คิดแค่เรื่องวัสดุ
แต่ต้องกลับมาดู “ขนาดของถุง” กันใหม่ทั้งหมดครับ
ถุงกระดาษ E4 ขาวจึงไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนสีน้ำตาลให้เป็นสีขาวเฉย ๆ
เวลาพูดถึงถุงกระดาษไซส์ใหม่ หลายคนอาจคิดว่า
ก็แค่เปลี่ยนจากกระดาษน้ำตาลเป็นกระดาษสีขาว
แล้วทำไมต้องเรียกว่าเป็นไซส์ใหม่?
แต่สำหรับ Paisarn Packs
ถุง E4 ขาวไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนเนื้อกระดาษอย่างเดียวครับ
เราเริ่มต้นจาก E4 คราฟท์เดิม
จากนั้นนำมาผสมกับ Feedback จากลูกค้าประจำ และลูกค้าใหม่ๆที่ถามเข้ามา
และนำมาทดลองใส่ของจริง
ดูว่าตรงไหนยังสามารถพัฒนาได้
แล้วจึงค่อยกำหนดโจทย์ของไซส์ใหม่ขึ้นมา
เพราะฉะนั้น E4 ขาวจึงเป็นเหมือนการเอา E4 เดิมมาทำการบ้านใหม่อีกครั้งว่า
“ถ้าต้องการให้กลุ่มลูกค้าของเราใช้งานได้สะดวกขึ้น ปลอดภัยขึ้น และดูดีขึ้น เราควรปรับตรงไหน?”
สุดท้าย เราพบว่ามี 2 เรื่องใหญ่ที่ควรเปลี่ยนครับ
- ขนาดของถุงกระดาษ
- เนื้อกระดาษ
และทั้ง 2 เรื่องนี้ไม่ได้เปลี่ยนเพราะเราอยากทำให้สินค้าแตกต่างจากของเดิมเฉย ๆ
แต่เปลี่ยนเพราะมีโจทย์จากลูกค้าอยู่ข้างหลังครับ
จุดที่ 1 : ปรับขนาดของถุงกระดาษ
จุดแรกคือเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับการใช้งานจริงครับ
นั่นคือ “ขนาดของถุงกระดาษ”
ต้องบอกก่อนอีกครั้งนะครับว่า
E4 คราฟท์เดิมสามารถใส่แก้วกาแฟ 2 แก้วได้อยู่แล้ว
แต่เมื่อเรานำถาดรองแก้ว 2 ใบใส่เข้าไป
เราสังเกตว่าตัวถุงอาจดูพองออกมาทางด้านข้างเล็กน้อย (ตามรูป)
รวมถึงใช้เวลาใส่ถาดรองแก้ว เยอะไปนิดนึง

สำหรับการใช้งานทั่วไปอาจไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะสามารถใส่ของได้ปกติ
แต่ถ้ามองในมุมของร้านอาหารหรือร้านเครื่องดื่มที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ที่ดู perfect
หรือร้านที่ต้องจัดส่งกาแฟผ่านเดลิเวอรี่ และร้านที่มีลูกค้ามาซื้อกาแฟหน้าร้าน และขอใส่ถุงกระดาษถือกลับบ้าน
เราก็รู้สึกว่า ตรงนี้ยังสามารถทำให้ดีขึ้นได้ครับ
เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า เหนือถุงกระดาษไซส์เดิม ย่อมมีถุงกระดาษที่ไซส์ดีขึ้นไปอีก
โจทย์แรกที่เราได้รับจากลูกค้า
ลูกค้าของเราบางร้านที่ใช้ถุงกระดาษ ไซส์ E4 คราฟท์ ให้ Feedback ว่า
เวลานำถาดรองแก้วกาแฟ 2 แก้วใส่ลงในถุง E4 คราฟท์
ตัวถุงจะดูพองออกทางด้านข้างเล็กน้อย เมื่อได้รับ feedback มาเราก็เก็บไว้ครับ
เมื่อมีโอกาสได้ทำถุงกระดาษไซส์ใหม่ จึงเกิดคำถามว่า
ถ้าเราปรับขนาดของถุงอีกนิดหนึ่ง จะทำให้การแพ็กดูเรียบร้อยขึ้นหรือไม่?
คำถามนี้ฟังดูเหมือนเล็กมากนะครับ
แต่จริง ๆ แล้วเรื่องของขนาดเพียง 1 เซนติเมตร
ก็สามารถเปลี่ยนความรู้สึกเวลามองถุงได้เหมือนกัน
เราเลยกลับมาทดลองกับ E4 คราฟท์เดิม
ลองดูว่าถ้าปรับความกว้างและความยาวแล้ว
จะสามารถทำให้ถุงพอดีกับถาดรองแก้ว 2 แก้วมากขึ้นได้ไหม
โดยที่ไม่ทำให้ร้านใช้งานลำบาก
และยังคงใส่กาแฟ 2 แก้วได้ตามการใช้งานเดิม
สุดท้ายจึงได้ขนาดของ E4 ขาวขึ้นมาครับ
โดยขนาดด้านฐานของถุงถูกปรับใหม่เป็น
21 x 11 ซม.
เมื่อเทียบกับ E4 คราฟท์เดิมที่เราใช้อยู่ ซึ่งมีขนาดฐานประมาณ
22 x 10 ซม.
คุณผู้อ่านจะเห็นว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย
บางคนอาจมองว่า
“ต่างกันแค่ 1 ซม.เอง” ไม่น่ามีอะไรเปลี่ยน
แต่จากการทดลองใช้งานจริง
เราพบว่าความต่างเล็ก ๆ นี้มีผลต่อรูปทรงของถุงเมื่อใส่สินค้าเข้าไปครับ
แค่ปรับขนาดเล็กน้อย แต่ช่วยให้ถุงดูพอดีขึ้น
เมื่อทดลองนำถาดรองแก้วกาแฟ 2 แก้วมาใส่
จะเห็นได้ว่าถุง E4 คราฟท์เดิมมีแนวโน้มที่จะพองออกทางด้านข้างเล็กน้อย
ในขณะที่ถุง E4 ขาว
ตัวถุงจะดูเรียบร้อยขึ้น
และมีความพอดีกับชุดกาแฟมากกว่าเดิม (จากภาพเปรียบเทียบ)

สิ่งที่เราให้ความสำคัญตรงนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยครับ
แต่เป็นเรื่องของ “ความพอดี”
เพราะถุงที่พอดีกับสินค้า
ย่อมช่วยให้สินค้าด้านในอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมากขึ้น
และในมุมของเจ้าของร้าน
ก็ไม่ต้องรู้สึกว่าถุงพองจนเกินไปเวลาส่งให้ลูกค้า
นี่จึงเป็นโจทย์แรกที่เราอยากแก้ด้วยการปรับขนาดครับ
เพื่อให้ตอบโจทย์เรื่องการใส่ของ และความสวยงาม
แล้วทำไมเราถึงต้องปรับ “ความสูง” ของถุงด้วย?
ตรงนี้เป็นอีกเรื่องที่สำคัญครับ
เพราะถ้าเราปรับเฉพาะความกว้างและความยาว
เรายังแก้ปัญหาเรื่องการปิดเทปด้านข้างได้ไม่เต็มที่
เพราะอะไรเดี๋ยวเราจะบอกต่อไปครับ
จากการทดลองใช้งานจริง ที่ได้สอบถามจากลูกค้ามา
เราพบว่าเจ้าของร้านบางท่านต้องการปิดเทป
เพื่อช่วยล็อคแก้วกาแฟ
ไม่ใช่แค่ปิดปากถุงด้านบนเท่านั้น
แต่ต้องการให้สามารถปิดบริเวณด้านข้างเพิ่มเติมได้ด้วย
แนวคิดนี้น่าสนใจมากครับ เพราะในทางหนึ่ง
ถาดรองแก้วทำหน้าที่ล็อคแก้วอยู่แล้วขั้นนึง
และถุงกระดาษก็สามารถช่วยทำหน้าที่นั้นเพิ่มเติมได้
เหมือนเป็นการช่วยกันอีกชั้นหนึ่ง
หรือถ้าจะเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ
ก็คือการล็อคเพิ่มเติม
จากการล็อคจากถาดรองแก้ว สู่การช่วยล็อคเพิ่มอีกชั้นด้วยถุงกระดาษ
เดิมที ลูกค้าที่ซื้อถุง E4 คราฟท์ไป และใช้ส่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านเดลิเวอรี่
จะปิดเทปใสปิดบริเวณปากถุงด้านบน
ซึ่งช่วยให้ถุงดูปิดเรียบร้อยขึ้น และช่วยลดการขยับของสินค้าได้ระดับหนึ่ง
แต่เมื่อเรามองต่อ เราพบว่าด้านบนของถุงยังมีพื้นที่เหลืออยู่
จึงเกิดคำถามว่า
ถ้าเราเพิ่มการปิดเทปบริเวณด้านข้างด้วย
จะช่วยล็อคแก้วให้มากขึ้นหรือไม่?
เราจึงทดลองทำจริงกับถุงไซส์ E4 คราฟท์ครับ
โดยการปิดเทปใสด้านข้างถุง
และผลที่ได้ก็คือ
สามารถช่วยยึดตัวแก้วกาแฟด้านในได้มากขึ้นจริง
แต่ก็เจอปัญหาใหม่ทันที
คือ…
ถ้าใส่ของเพิ่มด้านบนเช่นท้อปปิ้งเวลาใส่ในเครื่องดื่ม จะปิดแล้วไม่สวย
เพราะเมื่อเทปถูกติดบริเวณด้านข้าง สำหรับถุงไซส์ E4 คราฟท์
หากพื้นที่ว่างของถุงไม่พอดี
ตัวถุงอาจพอง
หรือเสียรูป
ทำให้สิ่งที่เราอยากได้ในตอนแรก คือ “ปลอดภัยขึ้น”
กลับต้องแลกกับ “ความสวยงาม”
ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้นครับ
ทำอย่างไรให้ปิดเทปด้านข้างได้ แต่ถุงยังดูดี?
ตรงนี้เองที่ทำให้เรากลับมามองเรื่อง “ความสูงของถุง” ใหม่
เพื่อนำมาใช้กับถุงกระดาษ E4 ขาว ไซส์ใหม่
เราไม่ได้อยากเพิ่มพื้นที่แบบมาก ๆ จนกลายเป็นถุงขนาดใหญ่เกินความจำเป็น
แต่ต้องการพื้นที่เพิ่มเติมเท่าที่จำเป็น
เพื่อให้เวลานำกาแฟ 2 แก้วใส่ลงไป และใส่ของวางด้านบนเพิ่ม
สามารถจัดวางได้เหมาะสม
มีพื้นที่สำหรับปิดเทปในตำแหน่งที่ต้องการ
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของสินค้าข้างใน
และเมื่อลองปิดแล้ว
ถุงยังคงดูเป็นทรง
ไม่พองเกินไป
ไม่รัดแน่นจนถุงเสียรูป
และยังดูเป็นถุงที่เหมาะกับการถือกลับบ้าน
นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ E4 ขาวไม่ได้ปรับเพียงความกว้างหรือความยาว
แต่มีการปรับในเรื่องของความสูงด้วยครับ
เพราะทุกมิติของถุง
มีผลต่อการใช้งานจริงทั้งหมด
จุดที่ 2 : เปลี่ยนเนื้อกระดาษจาก E4 คราฟท์เดิม
หลังจากเราแก้เรื่องขนาดแล้ว
อีกเรื่องหนึ่งที่เราตั้งโจทย์ไว้ก็คือ “เนื้อกระดาษ”
ปกติแล้วถุงกระดาษขาวของ Paisarn Packs ที่มีอยู่เดิมหลายไซส์
เราใช้กระดาษขาวปอนด์ในการผลิตครับ
กระดาษประเภทนี้มีจุดเด่นของตัวเอง
โดยเฉพาะในเรื่องของภาพลักษณ์ที่ให้ความรู้สึกสะอาดและเป็นทางการมากขึ้น
แต่เมื่อเราจะพัฒนา E4 รุ่นใหม่
เราไม่อยากให้ E4 ขาวเป็นเพียง
“E4 เดิมที่เปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นขาว”
เราอยากให้มันมีความแตกต่างบ้าง
และที่สำคัญอยากให้ราคายังอยู่ในระดับที่ธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มสามารถใช้งานได้จริง
ทำไมเราไม่เลือกกระดาษขาวปอนด์เหมือนถุงขาวไซส์อื่น?
จริง ๆ แล้วสามารถทำได้ครับ
แต่เมื่อเรากลับมามองโจทย์ของร้านกาแฟ
เราพบว่ามีอีกหลายอย่างที่เราต้องคิดแทนลูกค้าของเรา
อย่างแรกคือเรื่องต้นทุน
ร้านกาแฟจำนวนมากไม่ได้ต้องการแค่ถุงกระดาษที่พอเหมาะกับสินค้า
แต่มองถึงต้นทุนต่อออเดอร์ด้วย
เพราะสุดท้ายแล้วต้นทุนของบรรจุภัณฑ์ก็เข้าไปอยู่ในต้นทุนการขาย
ดังนั้น ถุงที่ดี
นอกจากต้องใช้งานได้
ก็ต้องอยู่ในระดับราคาที่เจ้าของร้านสามารถนำไปใช้จริงได้ด้วย
และหากทำให้กำไรของลูกค้ามากขึ้น ก็ยิ่งดีถูกไหมครับ
อีกเรื่องหนึ่งคือ “โทนสี”
กระดาษขาวปอนด์จะให้ความรู้สึกขาวที่ค่อนข้างชัดเจน
บางร้านชอบลักษณะนี้ครับ
แต่บางร้านอาจรู้สึกว่าขาวเกินไป
หรือให้ความรู้สึกเป็นโทนเย็น
ในขณะที่ร้านกาแฟบางร้านต้องการภาพลักษณ์แบบธรรมชาติ
คาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยไม้
โทนครีม สีน้ำตาล หรือคุมบรรยากาศแบบอบอุ่น
เราจึงมองหากระดาษอีกประเภทหนึ่ง
ที่ยังให้ความรู้สึกว่าเป็น “ถุงกระดาษสีขาว”
แต่ไม่ใช่ความขาวแบบขาวจั๊วะ
กระดาษคราฟท์ขาวจึงเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้
กระดาษที่เราเลือกมาใช้กับ E4 ขาว
คือ กระดาษคราฟท์ขาว
ลักษณะของกระดาษจะมีโทนขาวนวล
ออกขาวติดเหลืองเล็กน้อย
หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็น “ขาวโทนอุ่น”
ซึ่งเป็นโทนที่เข้ากับร้านกาแฟหรือร้านคาเฟ่ที่เน้นความเป็นธรรมชาติได้ค่อนข้างดี
แน่นอนว่าเรื่องสีเป็นเรื่องของความชอบ
บางร้านอาจชอบกระดาษที่ขาวมาก
บางร้านอาจชอบขาวโทนอุ่น
เราเลยไม่ได้มองว่ากระดาษแบบไหนดีกว่ากันทั้งหมด
แต่เรามองว่า
กระดาษแต่ละแบบเหมาะกับร้านแต่ละแบบไม่เหมือนกัน
สำหรับถุงกระดาษ E4 ขาว
เราอยากให้มันมีภาพลักษณ์ที่ยังดูสะอาด
แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
และเข้ากับบรรยากาศของร้านกาแฟได้ดี
สีของถุงเองก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ
เรื่องนี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ครับ
แต่สำหรับร้านกาแฟหรือร้านอาหารประเภทใดก็ตาม ที่ให้ความสำคัญกับ Branding
ผมคิดว่ามันมีสำคัญ และเป็นรายละเอียดเล็กๆที่จะเสริมความประทับใจได้
เหมือนที่ทางร้านเขียนบทความเกี่ยวกับ ประสบการณ์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม (คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่าน)
เพราะเวลาลูกค้าถือกาแฟ หรืออาหารออกจากร้าน
สิ่งที่ลูกค้าถือกลับไปไม่ได้มีแค่แก้วกาแฟ
แต่ยังมีถุงกระดาษอยู่ในมือด้วย
ถ้าร้านคุมโทนของแบรนด์เป็นสีน้ำตาล
ครีม, เขียวเข้ม, ไม้ หรือโทนอบอุ่น
ถุงกระดาษขาวโทนอุ่นก็สามารถอยู่ในภาพรวมเดียวกันได้
โดยที่ไม่รู้สึกว่าขาวจนแยกออกจากบรรยากาศของร้านมากเกินไป
นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่เราตัดสินใจใช้กระดาษคราฟท์ขาวกับ E4 รุ่นนี้ครับ
แล้ว E4 ขาว แตกต่างจาก E4 คราฟท์ตรงไหนบ้าง?
ถ้าสรุปทั้งหมดที่เราพัฒนามา
ถุง E4 ขาวไม่ได้ต่างจากถุง E4 คราฟท์เพียงแค่ “สี”
แต่มีการตั้งโจทย์ใหม่ทั้งหมดในหลายจุด
1. ปรับขนาดด้านกว้างและความยาว
เพื่อให้เหมาะกับการใส่ถาดรองแก้วกาแฟ 2 แก้วมากขึ้น
ช่วยให้ตัวถุงไม่พองด้านข้างมากเกินไป
และทำให้ภาพรวมตอนแพ็คดูเรียบร้อยขึ้น
2. ปรับความสูง
เพื่อให้มีพื้นที่ด้านบนมากขึ้น สำหรับใส่ของได้เพิ่มเติม และทำให้การปิดเทปใสบริเวณด้านข้าง
นอกเหนือจากการปิดบริเวณปากถุงด้านบน ทำได้ง่ายและถุงยังคงดูดี
ช่วยให้เจ้าของร้านสามารถเพิ่มการล็อคของข้างในได้อีกชั้นนึง
3. เปลี่ยนเนื้อกระดาษ
จากถุง E4 คราฟท์เดิม
มาเป็นกระดาษคราฟท์ขาว
เพื่อให้ได้ภาพลักษณ์สีขาวโทนอุ่น
และเป็นตัวเลือกสำหรับร้านที่ต้องการถุงสีขาว
แต่อยากประหยัดต้นทุน และได้กำไรต่อออเดอร์มากขึ้น
สุดท้ายแล้ว เราไม่ได้ตั้งใจสร้างถุง E4 ขาวขึ้นมาเพราะถุง E4 คราฟท์ไม่ดี
ผมอยากย้ำเรื่องนี้อีกครั้งครับ (ย้ำเยอะมาก 555)
เพราะบางครั้งเวลามีสินค้าใหม่
คนอาจเข้าใจว่า
“ของใหม่ต้องดีกว่าของเดิมทุกอย่าง”
แต่ในกรณีนี้ ผมไม่ได้มองแบบนั้นครับ
ถุง E4 คราฟท์เดิมเป็นถุงที่ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว
และยังสามารถใส่กาแฟ 2 แก้วได้ตามปกติ
เรายังมีขายอยู่นะครับ
จริงๆแล้ว ราคาถูกกว่าถุง E4 ขาวด้วยนะ
เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป
พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยน
รูปแบบการขายของร้านเปลี่ยนไป
การสั่งเดลิเวอรี่เพิ่มขึ้น การซื้อกลับบ้านเห็นได้บ่อยครั้ง
รวมถึงความคาดหวังของเจ้าของร้านต่อประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เราเลยกลับมาตั้งคำถามใหม่ว่า
ถ้าเราสามารถทำให้ไซส์ถุง E4 คราฟท์
“พอดีขึ้น”
“เหมาะกับการจัดส่งมากขึ้น”
“รองรับการปิดเทปด้านข้างได้ดีขึ้น”
และยังคงภาพลักษณ์ที่เหมาะกับร้านกาแฟได้
ทำไมเราจะไม่ลองทำออกมา เพื่อลูกค้าของเราล่ะ
นี่จึงเป็นที่มาของถุงไซส์ E4 ขาว
สำหรับร้านกาแฟ ร้านแบบไหนที่น่าจะเหมาะกับ E4 ขาว?
ตรงนี้ผมอยากให้คุณผู้อ่านลองพิจารณาจากรูปแบบการขายของร้านตัวเอง
มากกว่าดูแค่คำว่า “ร้านกาแฟ” ครับ
ถ้าร้านของคุณมีลูกค้านั่งทานที่ร้านเป็นหลัก
และแทบไม่มีลูกค้าซื้อกลับบ้านเลย
ถุงกระดาษอาจไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ
เพราะลูกค้าไม่ได้ใช้ถุงกระดาษเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางจากร้านกลับบ้าน
หรือถ้าอยากจะมีไว้ ก็สามารถซื้อถุงไซส์ E4 คราฟท์ได้ครับ
เพราะใส่แก้วกาแฟ 2 แก้วได้เหมือนกัน
แต่ถ้าร้านของคุณมีลูกค้าที่ซื้อกลับบ้าน
หรือมีออเดอร์ผ่านแอพเดลิเวอรี่เป็นประจำ
รวมถึงตัวคุณเอง อยากให้เครื่องดื่มถึงมือผู้รับ
และยังคงสภาพเดิมเหมือนตอนอยู่หน้าร้านให้มากที่สุด
เรื่องไซส์ของถุงกระดาษก็จะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
เพราะถุงต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่ “ใส่ของ”
แต่ต้องช่วยพาสินค้าจากร้าน
ไปถึงมือลูกค้าให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดยเฉพาะร้านที่ขาย
กาแฟ 2 แก้ว
เครื่องดื่มพร้อมของหวาน
ขนม
หรือสินค้าที่ต้องการจัดแพ็คให้ดูเรียบร้อยก่อนส่งออกจากร้าน
ตรงนี้ถุง E4 ขาวจึงอาจเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจครับ
แล้วร้านที่ไม่ได้ขายกาแฟโดยตรง ใช้ได้ไหม?
จริง ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านกาแฟเท่านั้นครับ
เพราะจุดประสงค์ของ E4 ขาวไม่ได้มีแค่เรื่องการใส่กาแฟ 2 แก้ว
แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นได้ด้วย
เช่น ร้านขนม, ร้านเบเกอรี่, ร้านมัทฉะ, ร้านเครื่องดื่ม
หรือร้านที่มีสินค้าขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ด้านในของถุง
เพราะฉะนั้นก่อนเลือกซื้อ
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ยังเป็นการดูว่า
สินค้าของร้านเราใส่ในถุงแล้วพอดีหรือไม่
ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะเห็นว่าเป็นไซส์ที่ร้านกาแฟใช้กันครับ
ซึ่งเรามีเขียนบทความเกี่ยวกับการเลือกไซส์ถุงไว้อยู่ (คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่าน)
ถุงกระดาษ E4 ขาวไม่ได้เกิดจากการคิดว่า “เราจะทำถุงใหม่อีกหนึ่งไซส์”
แต่มันเกิดจากคำถามว่า
“เราจะทำให้ถุงกระดาษทำงานกับธุรกิจของลูกค้าได้ดีขึ้นได้อย่างไร?”
สำหรับ Paisarn Packs
การทำสินค้าใหม่หนึ่งไซส์
ไม่ได้หมายความว่า
เราจะเลือกขนาดขึ้นมาหนึ่งขนาด
แล้วนำไปผลิตเลย
แต่หลายครั้งมันเริ่มจาก Feedback เล็ก ๆ จากลูกค้าครับ
เช่น
“ถุงพองนิดนึง”
“ถ้ามีพื้นที่ด้านข้างอีกหน่อยน่าจะดี”
“อยากปิดเทปด้านข้างเพิ่ม”
“อยากได้ถุงขาวที่ไม่ขาวเกินไป”
หรือ
“อยากได้ถุงที่ราคายังเหมาะกับการขายกาแฟ”
คำพูดเหล่านี้
อาจดูเหมือนเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ
แต่เมื่อเรานำมารวมกัน
มันก็กลายเป็นโจทย์ของสินค้าใหม่ได้
ถุงไซส์ E4 ขาวจึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างของถุงกระดาษที่เกิดจากการฟังเสียงของลูกค้า
แล้วนำ Feedback เหล่านั้นกลับมาทดลองจริง
ตั้งแต่การปรับขนาด
ทดลองใส่สินค้า
ทดลองแพ็ค
ทดลองปิดเทป
ทดลองมองเรื่องความสวยงาม
รวมถึงมองเรื่องต้นทุนไปพร้อม ๆ กัน
หากคุณเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟ หรือร้านคาเฟ่ และอยากได้ถุงกระดาษไปใช้
เรามาแนะนำถุงกระดาษให้คุณกันนะ โดยเราเลือกจากประสบการณ์ที่ได้ให้บริการลูกค้ามา
หากคุณต้องการถุงกระดาษใส่แก้วกาแฟ 1 แก้ว
1. ถุงกระดาษคราฟท์ ไซส์ F (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียดและราคา)
2. ถุงกระดาษคราฟท์ ไซส์ F4 (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียดและราคา)
หากคุณต้องการถุงกระดาษใส่แก้วกาแฟ 2 แก้ว
1. ถุงกระดาษคราฟท์ ไซส์ E4 (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียดและราคา)
2. ถุงกระดาษขาว ไซส์ E4 (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียดและราคา)
หากต้องการใส่กล่องอาหารทรงเหลี่ยมขนาดเริ่มต้น 750 ml
1. ถุงกระดาษคราฟท์ ไซส์ D3 (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียดและราคา)
2. ถุงกระดาษขาวปอนด์ ไซส์ D3 (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียดและราคา)
3. ถุงกระดาษคราฟท์เข้ม หูแบน ไซส์ C3 (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียดและราคา)
หากคุณผู้ชมที่อ่านบทความแล้วไม่จุใจ อยากดูเป็นคลิปเพื่อให้เห็นภาพ ในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับถุงกระดาษ
สามารถเข้าไปรับชมได้ที่
Tiktok: @paisarnpack (คลิ๊กที่นี่)
Facebook: Paisarn Packaging (คลิ๊กที่นี่)


Add comment