เวลาพูดถึงร้านอาหารประเภทเดียวกัน ผู้ประกอบการหลายคน คนคิดว่าเลือกถุงกระดาษเหมือนกันแหละ
สมมุตินะครับ ผมถามผู้อ่านว่า
ร้านอาหารญี่ปุ่น 2 ร้าน ควรใช้ถุงกระดาษแบบเดียวกันไหม
หลายคนอาจตอบทันทีว่า “ก็น่าจะใช่นี่ ขายอาหารเมนูคล้ายๆกัน ถุงกระดาษก็น่าจะไซส์เหมือนกัน”
แต่จากที่ผมได้ขายถุงกระดาษให้ร้านอาหารหลายร้าน ผมกลับพบว่า ความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป
แม้จะขายอาหารประเภทเดียวกัน แต่รายละเอียดของแต่ละร้านกลับแตกต่างกัน
และรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้เอง ที่ส่งผลต่อการเลือกถุงกระดาษมากกว่าที่หลายคนคิด
หลายร้านเริ่มเลือกถุงจาก “ประเภทร้าน
จริงๆเป็นเรื่องปกตินะครับ ที่เวลาเราหาถุงกระดาษ เราก็อยากได้ของที่ใกล้เคียงกับร้านอื่นๆที่ขายอาหารประเภทเดียวกันกับเรา
คำถามแรกที่เจ้าของร้านมักถามคือ
“ร้านอาหารตามสั่งควรใช้ถุงอะไร”
“ร้านก๋วยเตี๋ยวใช้ถุงแบบไหนดี”
“ร้านข้าวมันไก่ควรใช้ไซส์ไหน”
ซึ่งคำถามเหล่านี้ไม่ได้ผิดเลย
แต่ผมมองว่ามันอาจยังไม่ใช่คำถามแรกที่ควรถาม
เพราะคำว่า “ร้านอาหารตามสั่ง”
ไม่ได้บอกว่าร้านนั้นกำลังส่งอะไรให้ลูกค้า
สิ่งที่ลูกค้าถือกลับบ้านต่างหาก ที่เป็นข้อมูลสำคัญกว่า
ร้านอาหารประเภทเดียวกัน อาจใช้บรรจุภัณฑ์ไม่เหมือนกัน
ลองนึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่น 2 ร้าน
ร้านแรกลูกค้าส่วนใหญ่สั่งเดลิเวอรี่กลับ เน้นขายข้าวด้งเป็นหลัก
มักจะเป็นเมนูที่มีแค่ 1 กล่อง อาจมีเครื่องเคียงเพิ่มเล็กน้อย
ส่วนอีกร้าน
แม้จะขายอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่ลูกค้าที่สั่งเดลิเวอรี่่มักสั่งเมนูเซ็ต
หรือเมนูที่กินสำหรับครอบครัว ต้องใช้ 3-4 กล่องกลับบ้าน
บางออเดอร์มีเครื่องดื่มเพิ่ม
บางออเดอร์มีของทอด
คำถามคือ
ทั้งสองร้านนี้ ควรใช้ถุงแบบเดียวกันจริงๆหรอครับ
ส่วนตัวผมคิดว่าไม่นะ เพราะสิ่งที่ลูกค้าถือกลับบ้านไม่เหมือนกัน และมีความแตกต่างกันพอสมควร
สิ่งที่ผมมองก่อน ไม่ใช่ชื่อร้าน
เวลามีลูกค้าทักมาสอบถามเรื่องถุงกระดาษ
สิ่งแรกที่ผมแทบไม่เคยถามคือ “ร้านขายอะไร” แต่ผมมักถามว่า “ร้านใช้กล่องแบบไหน” “ลูกค้าซื้อครั้งละกี่ชิ้น”
“ร้านลูกค้าเน้นเรื่องของการเดลิเวอรี่ไหม”
คำถามเหล่านี้
ช่วยให้ผมพอเห็นภาพการใช้งานจริงๆ ของแต่ละร้าน มากกว่าการรู้แค่ว่าร้านขายอาหารประเภทอะไร
เพราะสุดท้ายแล้ว ถุงกระดาษไม่ได้ใส่ชื่อร้านแต่มันกำลังใส่บรรจุภัณฑ์ที่ลูกค้าจะถือกลับบ้าน
พฤติกรรมของลูกค้า ก็มีผลต่อการเลือกถุง
อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนมองข้าม คือพฤติกรรมของลูกค้าตัวเองครับ
บางร้านลูกค้าส่วนใหญ่มาซื้อคนเดียว ซื้อ 1 กล่องแล้วกลับ
แต่บางร้าน ลูกค้าซื้อกลับไปหลายกล่องให้ที่บ้าน ครั้งนึง 3–4 กล่อง
แม้จะเป็นร้านที่ขายอาหารประเภทเดียวกัน ความต้องการของถุงก็เปลี่ยนไปทันที
ถ้าเลือกถุงโดยดูแค่ประเภทร้าน เราอาจได้ถุงที่ใช้งานได้ เน้นว่าใช้ได้นะ แต่ไม่ใช่ถุงที่เหมาะที่สุด
เพราะเราสามารถใช้ถุงขนาดนึงใส่ได้ แต่ถ้าใส่ไม่พอ ก็ใช้หลายใบ
แต่จะดีกว่าไหมที่เราสามารถเลือกได้เหมาะสมมากกว่านั้น โดยใช้จำนวนถุงให้น้อยที่สุด และยังใส่อาหารได้ครบ
เพื่อให้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ถูกลง และร้านได้กำไรมากขึ้น
ถุงใหญ่กว่า ไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป
หลายร้านเลือกวิธีที่ดูปลอดภัยที่สุด คือซื้อถุงใหญ่ไว้ก่อน ขอแค่ใส่ได้เหลือพื้นที่เท่าไหรก็ไม่เป็นไร
แต่ในความเป็นจริงถุงกระดาษที่ใหญ่เกินไป หมายถึงใหญ่เกินไปจริงๆนะครับ
อาจทำให้กล่องขยับไปมา เวลาลูกค้าถือก็ไม่มั่นคง มีโอกาสที่จะรู้สึกหงุดหงิดได้ หรือตั้งคำถามกับร้านว่า
ทำไม่เลือกไซส์ถุงกระดาษไม่ดีเลย
อีกอย่างคือต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
และบางครั้งยังทำให้ภาพลักษณ์ของร้านดูไม่เรียบร้อยอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน ถุงกระดาษที่เล็กเกินไป ก็จะทำให้ใส่ของยาก พี่ๆพนักงานในครัว ก็ลำบากในการใส่อาหาร
อาจจะทำให้อาหารเสียหายได้อีก ถ้าใส่ไม่พอก็ต้องเพิ่มถุงไปอีกใบ
ลูกค้าก็ต้องถือหลายมือ ทั้งลูกค้าและพี่ๆพนักงานก็ใช้งานไม่สะดวก
สุดท้ายแล้ว เป้าหมายจึงไม่ใช่การเลือกถุงที่ใหญ่ที่สุด
แต่คือการเลือกถุงที่ “พอดี” ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
การเลือกถุงกระดาษที่ดี เริ่มจากการเข้าใจลูกค้าของร้าน
ผมเชื่อว่า ไม่มีถุงกระดาษไซส์ไหนหรือแบบไหน ที่เหมาะกับร้านอาหารทุกประเภท
เหมือนกับที่ไม่มีร้านอาหารร้านไหน ที่เหมือนกันทุกอย่าง แต่ละร้านมีวิธีขาย
วิธีการบริการลูกค้า บรรจุภัณฑ์ และพฤติกรรมลูกค้าที่แตกต่างกัน
ดังนั้น ก่อนเลือกถุงกระดาษ ผมอยากให้คุณผู้อ่านลองเริ่มจากการสังเกตร้านของตัวเองก่อน
ไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องเครียดนะครับ ถือว่าเป็นโจทย์สนุกๆ เพราะผมรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้ให้คำปรึกษา
เกี่ยวกับถุงกระดาษกับลูกค้าทุกคน
เช่น
- ลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อกลับบ้านหรือทานที่ร้าน
- หนึ่งออเดอร์ส่วนใหญ่มีจำนวนกี่กล่อง
- ใช้บรรจุภัณฑ์แบบไหน
คำถามเหล่านี้ จะช่วยให้คุณเห็นภาพ และเลือกถุงกระดาษได้เหมาะกับลูกค้าร้านคุณเองมากขึ้น และช่วยให้ผมสามารถแนะนำถุงกระดาษได้ดีและแม่นยำมากขึ้นเช่นกันครับ
นี่คือเหตุผลที่ Paisarn Packs ชอบเริ่มจากการถาม มากกว่าการแนะนำ
หลายคนอาจคิดว่าเวลาซื้อถุงกระดาษ สิ่งสำคัญคือราคาเท่านั้น
แต่สำหรับผม สิ่งสำคัญที่สุด คือการเข้าใจว่าร้านนั้นกำลังใช้งานถุงกระดาษอย่างไร
เพราะเมื่อเข้าใจการใช้งานจริง การเลือกขนาด เลือกประเภทของถุงกระดาษ หรือเลือกจำนวนที่เหมาะสม
ก็จะง่ายขึ้น และหลายครั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่า
และอย่าลืมว่าการเลือกแต่ราคาอย่างเดียว อาจจะได้ถุงกระดาษที่เนื้อบาง ไม่ได้คุณภาพ
ทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักของกล่องอาหารได้ จนอาจจะสร้างผลกระทบต่อชื่อเสียงของร้านคุณได้นะครับ
บทสรุป
ถ้าวันนี้คุณเป็นเจ้าของร้านอาหาร หรือเป็นเจ้าของร้านอาหารประเภทใดก็ตาม
ไม่ว่าจะเป็นร้านคาเฟ่ ร้านเค้ก ร้านขนม และกำลังมองหาถุงกระดาษ
ผมอยากชวนลองเปลี่ยนคำถามดูครับ
จากเดิมที่ถามว่า
“ร้านอาหารประเภทนี้ ใช้ถุงไซส์ไหนดี”
ลองเปลี่ยนเป็น
“ร้านของเรา รายละเอียดอาหารที่ลูกค้าถือกลับบ้าน มีอะไรบ้าง”
เพราะคำตอบของคำถามนี้จะพาคุณไปสู่การเลือกถุงกระดาษที่เหมาะกับร้านของตัวเองมากขึ้น
และนี่คือเหตุผลที่ผมเชื่อว่า
แม้ร้านอาหารจะขายอาหารประเภทเดียวกัน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ถุงกระดาษขนาดเดียวกันเสมอไป


Add comment