หากคุณผู้อ่านกำลังมีแพลนจะเปิดร้านอาหารตามสั่ง และกำลังมองหาถุงกระดาษไว้ใช้ในร้าน เชื่อว่าหนึ่งในคำถามที่หลายคนมักสงสัยก็คือ
“ถ้าเพิ่งเริ่มต้นร้านอาหารตามสั่ง ควรใช้ถุงกระดาษไซส์ไหนดี?”
โดยเฉพาะช่วงเปิดร้าน ที่เจ้าของธุรกิจมีหลายเรื่องให้ต้องโฟกัส ทั้งเรื่องเมนู วัตถุดิบ อุปกรณ์ พนักงาน และการเตรียมร้านให้พร้อมเปิดบริการ หลายคนจึงอยากให้เรื่องถุงกระดาษเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ง่าย ๆ ขอแค่ใช้งานได้ก่อน และไม่ต้องเสียเวลาคิดมาก
ก่อนหน้านี้ทาง Paisarn Packs เคยแนะนำให้ร้านอาหารตามสั่งเริ่มต้นด้วยถุงกระดาษไซส์ D3 และ C5 แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า
“ถ้าเพิ่งเริ่มต้นร้านอาหารตามสั่ง ควรใช้ถุงกระดาษไซส์ไหนดี?”
ทำไมถึงเป็นสองไซส์นี้?
จากประสบการณ์ที่ผมได้พูดคุยกับลูกค้าหลาย ๆ ท่านที่กำลังจะเปิดร้านอาหารตามสั่ง หรืออยู่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ลูกค้าส่วนใหญ่มักมองหาถุงกระดาษสำหรับใส่อาหารกลับบ้าน หรือรองรับออเดอร์เดลิเวอรี่ และคำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดก็คือ
ควรเริ่มใช้ถุงกระดาษไซส์ไหนดี?”
หลายคนคาดหวังว่าจะมี “ไซส์ที่ดีที่สุด” หรือไซส์ที่สามารถใส่กล่องอาหารได้พอดีที่สุด ดูสวยงามที่สุด
ซึ่งจริง ๆ แล้ว การเลือกไซส์ถุงกระดาษให้พอดีกับกล่องอาหารไม่ใช่เรื่องผิดเลยครับ
แต่ในมุมมองของผม ช่วงเริ่มต้นเปิดร้านอาหาร ยังมีหลายอย่างที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้า ขนาดของบรรจุภัณฑ์ หรือรูปแบบการสั่งอาหารของลูกค้าในแต่ละวัน
เพราะฉะนั้น ในช่วงเริ่มต้น ผมจึงมองว่า การเลือกถุงกระดาษควรดูจาก “ลักษณะการทำงานของร้าน” และ “ประเภทร้านอาหาร” เป็นหลัก มากกว่าการพยายามหาไซส์ที่พอดีกับกล่องอาหารที่สุด
เพราะถ้าเราไปยึดกับความพอดีของกล่องอาหารมากเกินไป อาจทำให้เสียเวลาในการเลือกไซส์ถุงกระดาษมากเกินความจำเป็น ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญกว่าสำหรับร้านอาหารตามสั่ง
และนี่เอง คือเหตุผลที่ผมมักแนะนำให้ร้านอาหารตามสั่งที่เพิ่งเริ่มต้น ลองเริ่มจาก ถุงกระดาษไซส์ D3 และ C5
ร้านอาหารตามสั่ง ไม่ได้แข่งกันที่ความพอดี
การเลือกไซส์ถุงกระดาษให้พอดีกับกล่องอาหาร เป็นสิ่งที่ดีครับ เพราะยิ่งพอดี ก็ยิ่งช่วยให้อาหารอยู่ในถุงได้อย่างมั่นคง และดูเรียบร้อยมากขึ้น
แต่ถ้าเราลองมองในมุมของ ลักษณะการทำงานของร้านอาหารตามสั่ง บางที “ความพอดี” อาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ได้นะครับ
เพราะร้านอาหารตามสั่ง เป็นธุรกิจที่แข่งกันเรื่อง ความเร็ว มากกว่า
ทั้งการทำอาหาร การแพ็คอาหาร และการส่งอาหารให้ถึงมือลูกค้า หรือพี่ ๆ ไรเดอร์ให้เร็วที่สุด
ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังแค่อาหารอร่อย แต่ยังคาดหวังว่าจะได้รับอาหารอย่างรวดเร็วด้วย
เพราะฉะนั้น สำหรับร้านอาหารตามสั่งแล้ว ความเร็วในการเตรียมออเดอร์ จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อกลับมามองที่ถุงกระดาษ หลายคนอาจเกิดคำถามว่า
“ถ้าถุงที่พอดีกับกล่องอาหารที่สุดเป็นสิ่งที่ดี แล้วทำไมถึงไม่เลือกไซส์ที่พอดีที่สุดไปเลย?”
ความพอดีของถุงกระดาษ ส่งผลอย่างไรกับความเร็วในการแพ็คอาหาร
ก่อนอื่นเลย ผมอยากให้คุณผู้อ่านเข้าใจก่อนว่า ความพอดีของถุงกระดาษเป็นสิ่งที่ดีมากครับ เพราะยิ่งถุงพอดีกับกล่องอาหารมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยให้อาหารอยู่ในถุงได้อย่างมั่นคง ลดการเคลื่อนตัวระหว่างการถือหรือขนส่งได้มากขึ้น
แต่เมื่อเราเปลี่ยนมุมมองจาก “ความพอดี” มาเป็น “ความเร็วในการทำงาน” ข้อดีของถุงที่พอดี ก็อาจไม่ได้ตอบโจทย์ร้านอาหารตามสั่งมากที่สุด
ทำไมผมถึงมองแบบนั้น?
เพราะถุงกระดาษส่วนใหญ่จะมีความสูงของถุงอยู่พอสมควร เวลานำกล่องอาหารใส่ลงไป เรามักต้อง เอียงกล่องอาหารเล็กน้อย เพื่อให้ผ่านปากถุงลงไปได้
ยิ่งถุงกระดาษมีขนาดพอดีกับกล่องอาหารมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องค่อย ๆ เอียงกล่อง หรือกางปากถุงให้กว้างขึ้น เพื่อให้กล่องลงไปได้อย่างเรียบร้อย
ระหว่างขั้นตอนนี้ กล่องอาหารก็มีโอกาสเสียดสีกับขอบถุงกระดาษได้มากขึ้น ซึ่งในบางครั้งอาจทำให้ปากถุงเกิดรอยฉีก หรือทำให้ถุงดูไม่เรียบร้อยก่อนถึงมือลูกค้า
ที่สำคัญกว่านั้น คือ ต้องใช้เวลาในการใส่กล่องอาหารนานขึ้น
อาจจะไม่ได้ต่างกันมากในหนึ่งออเดอร์ แต่ถ้าร้านต้องแพ็คอาหารวันละหลายสิบหรือหลายร้อยออเดอร์ เวลาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในแต่ละครั้ง ก็สะสมเป็นเวลาที่ไม่น้อยเลยครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมมองว่า ไซส์ถุงกระดาษที่พอดีกับกล่องอาหารที่สุด อาจไม่ได้เหมาะกับร้านอาหารตามสั่งเสมอไป
เพราะร้านอาหารตามสั่งเป็นธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ ความรวดเร็วในการเตรียมอาหารและการแพ็คสินค้า มากกว่าการทำให้ทุกอย่างพอดีเป๊ะในทุกออเดอร์
แต่ไม่ได้หมายความว่า ถุงที่พอดีกับกล่องอาหารไม่ดีนะครับ
หากเป็นธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องแข่งกับเวลา สามารถค่อย ๆ จัดกล่องอาหารลงถุงได้อย่างปราณีต เช่น ร้านเบเกอรี่ ร้านเค้ก หรือธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอสินค้าเป็นพิเศษ การเลือกใช้ถุงกระดาษที่พอดีกับกล่องอาหารก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมากครับ
ทำไม Paisarn Packs แนะนำถุงกระดาษไซส์ D3

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ถ้าผมบอกว่าถุงกระดาษที่พอดีกับกล่องอาหารเป็นสิ่งที่ดี แล้วทำไมทาง Paisarn Packs ถึงไม่แนะนำไซส์ที่พอดีกับกล่องอาหารมากที่สุด
จริง ๆ แล้ว ทางร้านมีถุงกระดาษไซส์ E3 ซึ่งเป็นไซส์ที่พอดีกับกล่องอาหารขนาดมาตรฐานอยู่แล้วครับ
แต่เมื่อผมนำลักษณะการทำงานของร้านอาหารตามสั่งมาพิจารณาร่วมด้วย ผมกลับมองว่า E3 อาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับการเริ่มต้นของร้านอาหารตามสั่ง
เหตุผลก็เพราะ E3 มีขนาดที่ค่อนข้างพอดีกับกล่องอาหาร เวลานำกล่องใส่ลงถุง จึงต้องค่อย ๆ ใส่ให้ลงได้พอดี ซึ่งใช้เวลามากกว่าถุงที่มีพื้นที่เผื่อเล็กน้อย
สำหรับร้านอาหารตามสั่งที่ต้องเตรียมอาหารและแพ็คสินค้าอย่างต่อเนื่อง ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยในแต่ละออเดอร์ อาจกลายเป็นเวลาที่เพิ่มขึ้นไม่น้อย เมื่อรวมกันตลอดทั้งวัน
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเลือกแนะนำ ถุงกระดาษไซส์ D3
เพราะเป็นไซส์ที่ใหญ่ขึ้นจาก E3 เล็กน้อย ไม่ได้ใหญ่จนเกินความจำเป็น แต่มีพื้นที่เผื่อให้สามารถหยิบกล่องอาหารใส่ลงถุงได้ง่ายกว่า
ผลที่ได้คือ ร้านสามารถแพ็คอาหารได้เร็วขึ้น ทำงานสะดวกขึ้น และยังคงเหมาะกับออเดอร์ทั่วไปของร้านอาหารตามสั่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่มักสั่งประมาณ 1–2 กล่อง
แล้วทำไมต้องมีถุงกระดาษไซส์ C5 ด้วยล่ะ

ถึงแม้ว่าไซส์ D3 จะเหมาะกับออเดอร์ทั่วไปของร้านอาหารตามสั่ง แต่ในความเป็นจริง ร้านอาหารก็มักจะมี
ออเดอร์ใหญ่ เข้ามาให้เห็นอยู่เสมอ
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าสั่งอาหารกลับบ้านทีเดียว 5–6 กล่อง หรือมีการสั่งหลายเมนูในออเดอร์เดียว
แน่นอนครับ เราสามารถใช้ถุงกระดาษไซส์ D3 ใส่อาหารเหล่านี้ได้ แต่ก็อาจต้องใช้ถึง 2–3 ใบ จึงจะใส่อาหารได้ครบ
คำถามคือ…
จะดีกว่าไหม ถ้าเรามีถุงกระดาษอีกหนึ่งไซส์ ที่สามารถใส่อาหารทั้งหมดลงในถุงเพียงใบเดียวได้?
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทาง Paisarn Packs แนะนำให้มี ถุงกระดาษคราฟท์หูเกลียว ไซส์ C5 ติดร้านไว้ด้วย
ไซส์ C5 มีขนาดใหญ่กว่า D3 ประมาณ 2 ระดับ ทำให้รองรับออเดอร์ที่มีจำนวนกล่องมากขึ้นได้สบาย
นอกจากจะช่วยลดจำนวนถุงที่ต้องใช้แล้ว ยังช่วยให้ลูกค้าถือสะดวกขึ้น เพราะไม่ต้องถือถุงหลายใบ
อีกทั้งยังช่วยให้ร้านแพ็คอาหารได้ง่ายขึ้น และในหลายกรณี การใช้ถุง C5 เพียง 1 ใบ ก็มีต้นทุนต่ำกว่าการใช้ D3 จำนวน 2 ใบ
นอกจากนี้ ตัวถุงยังเป็นทรงจัตุรัส ทำให้ภาพลักษณ์ดูสมส่วน แข็งแรง และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับใส่กล่องอาหาร พร้อมเครื่องเคียงหรือเครื่องดื่มได้ในถุงเดียว
ถุงที่พอดีที่สุด อาจไม่ใช่ถุงที่เหมาะที่สุด
เจ้าของร้านอาหาร ร้านขนม หรือธุรกิจอาหารประเภทอื่น ๆ หลายคน มักเริ่มต้นเลือกไซส์ถุงกระดาษจาก “ความพอดี” ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ
แต่ในมุมมองของ Paisarn Packs ผมอยากชวนคุณลองมองอีกมุมหนึ่ง ที่หลายคนอาจยังไม่เคยนึกถึง
นั่นก็คือ มุมมองจากรูปแบบการทำงาน (Workflow) ของร้าน
เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ใช้ถุงกระดาษทุกวัน ไม่ใช่ลูกค้า แต่คือเจ้าของร้านและพนักงานที่ต้องหยิบ
ใช้และแพ็คอาหารอยู่ตลอดทั้งวัน
ถ้าเราเข้าใจรูปแบบการทำงานของร้านตัวเองมากขึ้น เราก็จะเลือกไซส์ถุงกระดาษที่ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น ทำงานได้เร็วขึ้น และเหมาะกับร้านของเรามากขึ้น บางครั้ง ถุงที่พอดีกับกล่องอาหารที่สุด ก็อาจไม่ใช่ถุงที่เหมาะกับการทำงานของร้านมากที่สุดก็ได้
มาสรุปกันครับ
ถุงกระดาษไซส์ D3 และ C5 ที่ทาง Paisarn Packs แนะนำในบทความนี้ ไม่ใช่ไซส์ที่ดีที่สุดสำหรับทุกร้าน นะครับ ผมอยากให้คุณผู้อ่านเข้าใจตรงนี้ก่อน
แต่ทั้งสองไซส์ เป็นไซส์ที่ผมมองว่า เหมาะสำหรับร้านอาหารตามสั่งที่กำลังเริ่มต้น
เพราะช่วยให้ร้าน
– ทำงานได้เร็วขึ้น
– แพ็คอาหารได้ง่ายขึ้น
– และช่วยควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
เมื่อร้านเปิดไปได้สักระยะ เริ่มรู้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่สั่งอาหารแบบไหน ใช้บรรจุภัณฑ์ขนาดใด และมีพฤติกรรมการสั่งซื้ออย่างไร
ค่อยนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาปรับเลือกไซส์ถุงกระดาษอีกครั้ง ก็จะทำให้ได้ไซส์ที่เหมาะกับร้านของคุณมากยิ่งขึ้น
สุดท้ายแล้ว ผมไม่ได้อยากให้คุณจำว่า ร้านอาหารตามสั่งต้องใช้ D3 กับ C5 เสมอไป
แต่อยากให้จำว่า
การเลือกถุงกระดาษที่ดี ไม่ได้เริ่มจากการหาถุงที่พอดีที่สุด แต่เริ่มจากการเข้าใจวิธีการทำงานของร้านตัวเองก่อน
เพราะเมื่อเข้าใจร้านของตัวเองแล้ว การเลือกไซส์ถุงกระดาษก็จะไม่ใช่การเดาอีกต่อไป แต่เป็นการเลือกจากข้อมูลที่เหมาะกับการใช้งานจริงของร้านคุณครับ


Add comment