ไม่ใช่ทุกร้านอาหารที่จำเป็นต้องใช้ถุงกระดาษหลายไซส์นะครับ
บางร้านใช้ถุงกระดาษแค่ไซส์เดียวก็เพียงพอแล้ว
แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็เจอลูกค้าร้านอาหารบางร้านที่สั่งถุงกระดาษครั้งหนึ่ง 3–4 ไซส์
หรือบางร้านมีมากกว่านั้น
ทำไมถึงต้องมีหลายไซส์?
ผมเองก็เริ่มสงสัยเหมือนกันครับ
เพราะถ้าถุงกระดาษมีไว้สำหรับใส่อาหารเหมือนกัน
แล้วทำไมบางร้านถึงใช้ไซส์เดียวได้ แต่บางร้านกลับต้องมีหลายไซส์?
จากที่ Paisarn Packs ได้จำหน่ายถุงกระดาษคราฟท์ และถุงกระดาษขาวปอนด์
ให้กับร้านอาหารหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี
ร้านขนม ร้านเค้ก ร้านเบเกอรี่ และอีกหลายธุรกิจ
ผมได้เห็นรูปแบบการใช้งานของแต่ละร้านที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน
บางร้านใช้ถุงไซส์เดียว
บางร้านใช้ 2 ไซส์
บางร้านใช้ 3–4 ไซส์
และบางร้านก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป
ผมเลยคิดว่าน่าจะลองเอาสิ่งที่เราเห็นจากลูกค้ามาเล่าให้เจ้าของร้านอาหารฟังครับ
โดยเฉพาะคนที่กำลังเลือกไซส์ถุงกระดาษให้กับร้านตัวเอง
หรือบางคนที่มีถุงใช้อยู่แล้ว แต่รู้สึกว่า
“ทำไมเวลาใส่อาหารบางออเดอร์แล้วมันดูไม่ค่อยพอดี ?”
บางครั้งกล่องอาหารประเภทหนึ่งใส่ในถุงกระดาษไซส์นึงแล้วดูดี
แต่พอเปลี่ยนเป็นอีกกล่องหนึ่ง
ถุงกลับดูหลวมเกินไป หรือบางออเดอร์ก็แน่นจนต้องพยายามยัดทุกอย่างลงไป
เรื่องเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ นะครับ
แต่ถ้าลองมองให้ลึกลงไป
ถุงกระดาษไม่ได้มีแค่ลูกค้าที่เป็นคนสัมผัส
ยังมีพนักงานที่ต้องหยิบและแพ็กอาหาร
มีพี่ไรเดอร์ที่ต้องรับอาหารไปส่ง
และสุดท้ายก็มีลูกค้าที่ต้องถือถุงกลับไป
ดังนั้น การเลือกไซส์ถุงกระดาษที่เหมาะสม อาจส่งผลต่อทั้งการทำงานในร้าน
และประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับด้วยครับ
(หากสนใจอ่านบทความเกี่ยวกับ การเลือกไซส์ถุงกระดาษ คลิ๊กได้ที่นี่)
วันนี้ผมเลยอยากชวนมอง 3 เหตุผลที่ผมคิดว่า
เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารบางร้านเลือกใช้ถุงกระดาษหลายไซส์
ไม่ได้หมายความว่าทุกร้านต้องมีหลายไซส์นะครับ
แต่อยากให้ลองเอา 3 ข้อนี้กลับไปมองที่ร้านของคุณเองว่า
“จริง ๆ แล้วร้านเราจำเป็นต้องมีหลายไซส์หรือเปล่า ?”
เหตุผลที่ 1 ประเภทอาหารและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ของร้านคุณมีความหลากหลาย

ผมคิดว่านี่เป็นเหตุผลหลัก ๆ เลยครับ
ที่อาจเป็นตัวกำหนดว่า ร้านอาหารของคุณควรมีถุงกระดาษมากกว่า 1 ไซส์หรือไม่
จากที่ผมได้คุยกับลูกค้าที่สั่งถุงกระดาษกับร้านครั้งหนึ่ง 3–4 ไซส์
ผมสังเกตว่าหลายร้านมีเมนูที่ค่อนข้างหลากหลาย
และเมื่อเมนูหลากหลาย
บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ใส่อาหารก็มักจะหลากหลายตามไปด้วย
บางเมนูใช้กล่องอาหารทรงเหลี่ยม
บางเมนูใช้ถ้วยกลม
บางเมนูใช้กล่อง 4–5 ช่อง
บางเมนูเป็น Set Box
บางร้านอาจมีทั้งกล่องอาหาร ขวด และเครื่องดื่มอยู่ในออเดอร์เดียวกัน
พอเป็นแบบนี้
การใช้ถุงกระดาษเพียงไซส์เดียว แล้วหวังว่าจะใส่ทุกอย่างได้พอดีและดูดี
อาจทำได้ยากครับ
แน่นอนว่า ถ้าคุณไม่สนใจเรื่องความพอดีหรือความสวยงาม
คุณสามารถเลือกถุงไซส์ใหญ่ที่สุดไปเลย
เพราะถุงใหญ่ก็สามารถใส่ของชิ้นเล็กได้
แต่คำถามคือ
“มันเป็นวิธีที่เหมาะที่สุดกับร้านของเราหรือเปล่า ?”
เพราะถุงที่ใหญ่เกินไป ก็อาจทำให้อาหารขยับไปมา ต้นทุนค่าบรรจุภัณฑ์ก็ไม่คุ้ม
ส่วนถุงที่เล็กเกินไป ก็อาจทำให้พนักงานต้องพยายามยัดของลงไป
ดังนั้น ถ้าร้านของคุณมีทั้งบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่
หรือมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน
การมีถุงกระดาษ 2–3 ไซส์ เพื่อรองรับกลุ่มของบรรจุภัณฑ์เหล่านั้น
ก็อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าครับ
ลองยกตัวอย่างง่าย ๆ
สมมุติร้านอาหาร หรือร้านคาเฟ่ร้านหนึ่งมี
- กล่องอาหารทรงเหลี่ยมขนาดเล็ก
- ถ้วยกระดาษกลม
- กล่อง 4–5 ช่อง
- Set Box สำหรับออเดอร์ใหญ่
ถ้าใช้ถุงไซส์เดียวกับทุกออเดอร์
ออเดอร์เล็กอาจเหลือพื้นที่ในถุงเยอะ
แต่ออเดอร์ใหญ่ก็อาจแน่นเกินไป
ร้านอาจเลือกแบ่งง่าย ๆ เป็น
ไซส์เล็ก → ออเดอร์เล็ก
ไซส์กลาง → ออเดอร์กลาง
ไซส์ใหญ่ → ออเดอร์ใหญ่
ไม่จำเป็นต้องพอดีเป๊ะทุกออเดอร์นะครับ
ขอแค่มีพื้นที่เหลือให้พนักงานสามารถหยิบกล่องใส่ลงถุงได้สะดวก
และไม่ทำให้สินค้าแน่นหรือหลวมจนเกินไป
แค่นี้ก็ช่วยให้การทำงานในร้านง่ายขึ้นได้แล้วครับ
เหตุผลที่ 2 ขนาดของออเดอร์ในร้านคุณมีความแตกต่างกันมาก

เหตุผลข้อนี้อาจคล้ายกับข้อแรก แต่จริง ๆ แล้วผมมองว่ามันคนละเรื่องกันครับ
ข้อแรกเรากำลังพูดถึง
“บรรจุภัณฑ์อาหารของร้านมีหลายรูปแบบ”
แต่ข้อนี้เรากำลังพูดถึง
“ลูกค้าสั่งอาหารในจำนวนที่แตกต่างกันมาก”
บางร้านอาจไม่ได้มีบรรจุภัณฑ์อาหารหลายแบบเลยครับ
ใช้กล่องอาหารทรงเดียวกันแทบทั้งหมด
แต่ปัญหาคือ
ลูกค้าคนหนึ่งอาจสั่งแค่ 1 กล่อง
อีกคนสั่ง 4–5 กล่อง
หรือบางวันมีออเดอร์จัดประชุมที่สั่งทีเดียว 10–15 กล่อง
ตรงนี้เองที่การมีถุงกระดาษหลายไซส์อาจเข้ามาช่วยได้
เพราะเราไม่ได้มองแค่ว่า
“ใส่ได้หรือใส่ไม่ได้”
แต่กำลังมองว่า
“ใช้ถุงกี่ใบถึงจะเหมาะกับออเดอร์นั้น ?”
ลองสมมุติว่า
ร้านของคุณใช้ถุงกระดาษไซส์เดียว
ถุงหนึ่งสามารถใส่กล่องอาหารได้ประมาณ 2–3 กล่อง
ถ้าลูกค้าสั่ง 10 กล่อง
คุณอาจต้องใช้ถุงประมาณ 4–5 ใบ
แน่นอนว่าอาหารก็ยังสามารถส่งถึงลูกค้าได้ครับ
แต่ลองคิดต่ออีกนิด
จากเดิมที่ 1 ออเดอร์ใช้ถุง 1–2 ใบ
กลายเป็น 4–5 ใบ
ต้นทุนถุงกระดาษต่อออเดอร์ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในกรณีนี้ ถ้าร้านมีถุงไซส์ใหญ่ขึ้นสำหรับออเดอร์ขนาดใหญ่
อาจทำให้หนึ่งออเดอร์ใช้ถุงน้อยลง
เช่น จาก 5 ใบ เหลือ 1–2 ใบ
ก็อาจช่วยลดต้นทุนในส่วนของถุงกระดาษต่อออเดอร์ได้ครับ
และยังมีอีกเรื่องที่ผมคิดว่าน่าสนใจ
คือเรื่องการถือ
ลองคิดดูว่าถ้าพี่ไรเดอร์หรือลูกค้าต้องถือถุงกระดาษ 4–5 ใบพร้อมกัน
มันก็คงไม่ได้สะดวกเท่าไหร่
แต่ถ้าออเดอร์เดียวกันสามารถรวมอยู่ในถุงขนาดที่เหมาะสม 1–2 ใบ
ทั้งจำนวนถุง และความสะดวกในการถือ ก็อาจดีขึ้นด้วยครับ
ดังนั้น บางร้านไม่ได้มีหลายไซส์เพราะมีเมนูเยอะ
แต่มีหลายไซส์เพราะ ขนาดของออเดอร์แตกต่างกันมาก
เหตุผลที่ 3 ร้านต้องการใส่ใจรายละเอียดในการแพ็กอาหาร และอยากให้ประสบการณ์ตอนรับสินค้าดีขึ้น

เหตุผลข้อนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องของมุมมองเจ้าของร้านแต่ละคนครับ
บางร้านอาจมองว่า
“ใส่อาหารลงถุงได้ก็พอแล้ว”
แต่บางร้านอาจคิดละเอียดกว่านั้น
เช่น
อาหารต้องอยู่ในสภาพดี
กล่องต้องไม่ขยับมากเกินไป
ถุงต้องถือสะดวก
หน้าตาของถุงและอาหารต้องดูเรียบร้อย หรืออยากให้ลูกค้ารู้สึกว่า
ร้านใส่ใจตั้งแต่ตอนแพ็กจนถึงตอนที่ได้รับอาหาร
เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจากร้านครับ
ผมเคยเล่าเรื่องเส้นทางประสบการณ์ของลูกค้าไปก่อนหน้านี้ว่า
ลูกค้าไม่ได้รับประสบการณ์จากร้านแค่ตอนที่นั่งทานอาหาร
แต่ยังมีอีกหลายจุดที่ลูกค้าสัมผัสกับร้าน
และช่วงที่ได้รับอาหารกลับไป ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงที่ร้านสามารถสร้างความรู้สึกที่ดีได้เหมือนกัน
(หากสนใจอ่านบทความเกี่ยวกับเส้นประสบการณ์ คลิ๊กที่นี่ได้ครับ)
ลองคิดดูนะครับ
ถ้าร้านมีถุงไซส์เดียวที่พอดีกับออเดอร์หนึ่ง
แต่พอเจอออเดอร์ที่ใหญ่ขึ้น
เราก็ยังใช้ถุงไซส์เดิม
สิ่งที่อาจเกิดขึ้นมีอยู่ 2 แบบครับ
แบบที่ 1 ถุงใส่ได้แต่ใหญ่เกินไป
กล่องอาหารอาจขยับไปมาอยู่ข้างในถุง
เวลาถืออาจรู้สึกไม่มั่นคง
ระหว่างการเดินทาง อาหารก็อาจมีโอกาสขยับหรือเสียหายได้มากขึ้น
พี่ไรเดอร์หรือลูกค้าเองก็อาจรู้สึกกังวลเวลาถือ เพราะไม่รู้ว่าของข้างในจะเคลื่อนมากแค่ไหน
แบบที่ 2 ถุงใส่ได้แต่ลำบากในการใส่
พนักงานอาจต้องพยายามยัดกล่องอาหารหลายกล่องลงไป
ถุงอาจพองออกมาดูไม่สวยงาม
หรือบางครั้งต้องฝืนปิดปากถุงทั้งที่ของข้างในแน่นเกินไป
สุดท้ายอาจทำให้ทั้งถุงและอาหารดูไม่เรียบร้อย
พนักงานอาจต้องพยายามยัดกล่องอาหารหลายกล่องลงไป
ถุงอาจพองออกมาดูไม่สวยงาม
หรือบางครั้งต้องฝืนปิดปากถุงทั้งที่ของข้างในแน่นเกินไป
สุดท้ายอาจทำให้ทั้งถุงและอาหารดูไม่เรียบร้อย
และที่สำคัญคือ
พนักงานต้องใช้เวลามากขึ้นในการแพ็ก
ตรงนี้เองที่ผมคิดว่าเรื่อง “ไซส์ถุงกระดาษ” เริ่มเชื่อมกับ Workflow ของร้านครับ
ถ้ามีไซส์ที่เหมาะกับออเดอร์เล็ก
มีไซส์สำหรับออเดอร์กลาง
และมีไซส์สำหรับออเดอร์ใหญ่
พนักงานก็อาจทำงานง่ายขึ้น
หยิบถุง
ใส่กล่อง
จัดของ
แล้วส่งต่อได้เลย
ไม่ต้องมานั่งคิดใหม่ทุกครั้งว่า
“ออเดอร์นี้จะยัดลงถุงเดียวไหวไหมนะ ?”
และสิ่งที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นกับพนักงานอย่างเดียวครับ
ลูกค้าเองก็ได้รับอาหารที่ดูเรียบร้อยขึ้น
พี่ไรเดอร์ก็ถือได้ง่ายขึ้น
และร้านก็มีโอกาสสร้างความประทับใจเล็ก ๆ ให้กับคนที่สัมผัสกับถุงกระดาษในแต่ละขั้นตอน
บางครั้งรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้อาจไม่ได้ทำให้ลูกค้าพูดออกมาตรง ๆ ว่า
“ถุงกระดาษร้านนี้ดีจัง”
แต่เขาอาจรู้สึกได้ว่า
“ร้านนี้ดูใส่ใจดี” ผมคิดว่านี่แหละครับ คือความแตกต่างของรายละเอียดเล็ก ๆ
ที่รวมกันแล้วกลายเป็นประสบการณ์ของแบรนด์
แล้วจริง ๆ ทุกร้านจำเป็นต้องมีหลายไซส์ไหม?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นเลยครับ
ถ้าร้านของคุณมีบรรจุภัณฑ์แบบเดียว
ออเดอร์ส่วนใหญ่สั่งในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน
และถุงไซส์เดียวสามารถรองรับการทำงานของร้านได้ดี
ผมก็ไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องเพิ่มจำนวนไซส์ให้ยุ่งยากขึ้น
เพราะการมีหลายไซส์ก็มีต้นทุนเหมือนกันครับ
ต้องมีพื้นที่เก็บ
ต้องจัด Stock
ต้องสอนพนักงานว่าออเดอร์แบบไหนใช้ไซส์ไหน
และต้องบริหารจำนวนของแต่ละไซส์ให้เหมาะสม
ดังนั้น ผมไม่ได้มองว่า
“หลายไซส์ = ดีกว่า”
แต่ผมมองว่า
“มีไซส์ที่เหมาะกับรูปแบบการทำงานของร้าน = ดีกว่า”
บางร้านอาจเหมาะกับ 1 ไซส์
บางร้านอาจเหมาะกับ 2 ไซส์
บางร้านอาจเหมาะกับ 3–4 ไซส์
คำตอบของแต่ละร้านจึงไม่เหมือนกันครับ
มาสรุปกันครับ
ถ้าร้านอาหารของคุณกำลังคิดว่า
“เราจำเป็นต้องมีถุงกระดาษหลายไซส์ไหม ?”
ผมอยากให้ลองกลับมาดู 3 เรื่องนี้ก่อนครับ
เหตุผลที่ 1
อาหารและบรรจุภัณฑ์ของร้านมีความหลากหลายหรือไม่
ถ้ามีทั้งกล่องเล็ก กล่องใหญ่ ถ้วย หรือบรรจุภัณฑ์หลายรูปแบบ
การมีถุงหลายไซส์อาจช่วยให้เลือกถุงที่เหมาะกับแต่ละประเภทได้ง่ายขึ้น
เหตุผลที่ 2
ขนาดของออเดอร์แตกต่างกันมากหรือไม่
ถ้าร้านมีทั้งออเดอร์เล็ก ออเดอร์กลาง และออเดอร์ใหญ่
การมีถุงที่เหมาะกับแต่ละขนาด อาจช่วยลดจำนวนถุงที่ต้องใช้ต่อออเดอร์
และช่วยให้ลูกค้าหรือพี่ไรเดอร์ถืออาหารได้สะดวกขึ้น
เหตุผลที่ 3
ร้านของคุณให้ความสำคัญกับรายละเอียดในการแพ็กมากแค่ไหน
ถ้าอยากให้อาหารอยู่ในสภาพดี ถุงดูเรียบร้อย พนักงานทำงานง่าย
และลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น
การมีไซส์ถุงที่เหมาะกับแต่ละรูปแบบออเดอร์ก็อาจช่วยได้มากครับ
สุดท้ายและท้ายสุด
ผมไม่ได้อยากบอกว่าร้านอาหารทุกร้านควรมีถุงกระดาษหลายไซส์
เพราะบางร้านใช้ไซส์เดียวก็เพียงพอแล้ว
แต่อยากให้ลองกลับมามองร้านของตัวเองว่า
“รูปแบบอาหารของเราเป็นอย่างไร ?”
“ออเดอร์ของเรามีขนาดแตกต่างกันแค่ไหน ?”
และ
“เราต้องการให้การแพ็กอาหารของเราเป็นแบบไหน ?”
เพราะบางทีคำตอบว่า
“ร้านเราควรมีถุงกี่ไซส์ ?”
อาจไม่ได้เริ่มจากการเลือกถุงเลยครับ
แต่อาจเริ่มจากการเข้าใจว่า
“ร้านของเราทำงานอย่างไร”
ก่อนก็ได้ครับ
ข้อคำถามที่คุณอาจจะสงสัยหลังอ่านบทความนี้จบ
ถ้าใช้ถุงกระดาษไซส์เดียวกับทุกร้านทุกออเดอร์ จะมีปัญหาอะไรไหม?
ไม่มีปัญหาครับคุณผู้อ่าน ตราบใดที่การทำงานต่างๆในร้านอาหารของคุณยังโอเค โอเคที่ว่าคือ การแพ๊กอาหารลงถุงยังไม่เกิดปัญหาขึ้น ยังใช้เวลาเท่าเดิม หรือยังไม่เจอลูกค้าคอมเพลนมา ก็สามารถใช้ถุงกระดาษไซส์เดียวได้ครับ
ถ้าร้านมีหลายเมนู แต่ใช้กล่องอาหารแบบเดียว ยังจำเป็นต้องมีถุงหลายไซส์ไหม?
อาจจะต้องสอบถามคุณผู้อ่านครับว่า หากมีออเดอร์ใหญ่มา แล้วจำเป็นต้องใช้ถุงกระดาษในจำนวนหลายใบ คุณผู้อ่านโอเคไหมกับต้นทุนถุงกระดาษที่เพิ่มขึ้น เพราะใช้หลายใบ หากคุณผู้อ่านรู้สึกอยากลดต้นทุนให้ดีขึ้น ผมแนะนำให้หาไซส์ถุงกระดาษที่ใหญ่ขึ้นครับ
ถ้าลูกค้าสั่งเยอะ แต่ร้านใช้ถุงไซส์เดียวอยู่แล้ว จะรู้ได้อย่างไรว่าควรเพิ่มไซส์ใหญ่?
สำหรับผมแล้ว เราจะรู้ได้ว่าควรเพิ่มไซส์ใหญ่มา ผมมองอยู่หลายปัจจัยครับ 1. อยากลดต้นทุนค่าถุงกระดาษลง 2. ออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งเยอะมีจำนวนพอสมควร
หากอยากได้ถุงกระดาษไซส์ที่ทางผู้อ่านมองว่า เหมาะกับร้านที่สุด ทางร้านรับผลิตไหม
หากเป็นถุงกระดาษคราฟท์ หรือ ถุงกระดาษขาวปอนด์ ทางร้านรับผลิตไซส์เฉพาะสำหรับร้านคุณครับ โดยเริ่มต้นที่ 1,000 ใบต่อไซส์
สนใจอยากปรึกษา และสั่งซื้อถุงกระดาษ ติดต่อทางไหนได้บ้าง
สามารถโทรมาที่ร้านได้ที่เบอร์ 02-222-5276 หรือสั่งได้ที่ Line @paisarnpack (คลิ๊กที่นี่)
บทความอื่นๆ ที่จะช่วยเป็นอีกมุมมองในการทำธุรกิจของคุณไม่มากก็น้อย
บทความเรื่อง ถุงกระดาษ 50 ใบ เยอะไหมนะ? ลองเช็ค 5 ข้อนี้ก่อน (คลิ๊กอ่านบทความที่นี่)
บทความเรื่อง เลือกไซส์ถุงกระดาษ เลือกผ่านประเภทร้าน หรือผ่านบรรจุภัณฑ์ดีนะ? (คลิ๊กอ่านบทความที่นี่)
บทความเรื่อง ลูกค้าที่มาทานในร้าน ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากอะไรบ้าง? (คลิ๊กอ่านบทความที่นี่)
บทความเรื่อง ทำไมร้านอาหารที่ขายอาหารประเภทเดียวกัน ถึงไม่ควรใช้ถุงกระดาษขนาดเดียวกัน (คลิ๊กอ่านบทความที่นี่)


Add comment