เวลาพูดถึงการซื้อถุงกระดาษ หลายคนอาจคิดว่า เรื่องสำคัญคงมีแค่
ถุงไซส์อะไร, เนื้อกระดาษแบบไหน (จะกระดาษน้ำตาล หรือกระดาษขาว)
จำนวนกี่ใบ หรือราคาเท่าไหร่
แต่จริง ๆ แล้วมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญไม่แพ้กันครับ
คือ “ถุงกระดาษจะส่งมาถึงร้านของเราอย่างไร ?”
เพราะถุงกระดาษเป็นสินค้าที่เจ้าของร้านต้องใช้จริงในแต่ละวัน
ถุงหมดก็คือจบ มีโอกาสโดนลูกค้าตำหนิแน่ๆ
และถ้ามีลูกค้าซื้อกลับบ้าน หรือมีออเดอร์เดลิเวอรี่เข้ามาเรื่อย ๆ
การไม่มีถุงกระดาษในช่วงที่ต้องใช้ อาจกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าที่คิด
ไม่ว่าจะเป็นการโดนตำหนิจากลูกค้า จากพี่ไรเดอร์ หรือต้องหาบรรจุภัณฑ์อื่นๆทดแทน
ซึ่งลำบากและเสียเวลา รวมถึงกระทบการทำงานในร้านคุณ
ดังนั้นการที่สั่งสินค้ามาส่งด้วยระยะเวลาที่น้อยที่สุด ก็จะช่วยบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้
หากเกิดเหตุการณ์ถุงใกล้หมด
ปัจจุบันการจัดส่งสินค้ามีหลายรูปแบบมาก
ไม่ว่าจะเป็นการส่งพัสดุผ่านบริษัทขนส่งเอกชน (คิดตามจำนวนชิ้น)
ส่งพัสดุผ่านไปรษณีย์
การส่งผ่านพี่ไรเดอร์ หรือที่บางคนเรียกว่าส่งแมส
หรือไม่ก็ การส่งด้วยรถของบริษัทเอง
แต่ละวิธีก็มีข้อดีแตกต่างกันไปครับ
แล้วทำไม Paisarn Packs ถึงแนะนำลูกค้าในกรุงเทพฯ หรือมีธุรกิจอยู่ในกรุงเทพฯ
ให้เลือกส่งผ่านพี่ไรเดอร์เป็นหลักล่ะ ?
วันนี้ผมอยากลองเล่าให้ฟังครับ
ทำไมเรื่องการจัดส่งถึงสำคัญกับธุรกิจร้านต่างๆ?
Paisarn Packs เป็นร้านที่จำหน่ายถุงกระดาษให้กับเจ้าของธุรกิจหลายประเภท
หลัก ๆ จะเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขนม ร้านเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ
ที่ต้องใช้ถุงกระดาษในการส่งอาหาร ขนม ฯลฯ ให้กับลูกค้าปลายทาง
ซึ่งถุงกระดาษของที่ร้าน ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่
แพ็ค 50 ใบ บางไซส์เป็น แพ็ค 100 ใบ และบางไซส์อาจเริ่มต้นที่ 25 ใบ
ผมคิดว่าจำนวนประมาณนี้ค่อนข้างเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางครับ
เพราะเจ้าของร้านหลายคนไม่ได้ต้องการซื้อถุงกระดาษทีละหลายพันใบ
แต่อยากซื้อในจำนวนที่พอเหมาะกับการใช้งาน
ไม่ต้องเอาเงินไปจมกับสต๊อกมากเกินไป
และยังสามารถเติมของได้เรื่อย ๆ เมื่อใกล้หมด
สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ สามารถสั่งถุงกระดาษได้เช่นกันนะ
ทางผมยินดีให้บริการกับธุรกิจทุกขนาด
และจากที่พุดคุยกับลูกค้า ไม่ว่าจะมีขนาดธุรกิจขนาดไหน
ส่วนใหญ่ที่กังวลคือ เรื่องการจัดส่ง โดยมักสอบถามว่า จะทำยังไงให้ส่งถึงมือได้ภายในวันนี้
ร้านมีการจัดส่งแบบไหนบ้างที่จะปลอดภัย และคำถามอื่นๆมากมายเกี่ยวกับการจัดส่ง
ตรงนี้เองที่ทำให้ผมรู้สึกว่า
“การจัดส่ง” กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในการซื้อถุงกระดาษไปด้วยครับ
ลองคิดง่าย ๆ
ถ้าร้านคุณสั่งถุงกระดาษวันนี้
แต่ต้องรออีก 2–3 วันกว่าจะได้รับ ถึงจะได้ใช้ถุงกระดาษ
ในขณะที่ถุงที่ร้านกำลังจะหมดพอดี
เจ้าของร้านก็อาจต้องเริ่มคิดแล้วว่า
“วันนี้จะเอาอะไรใส่อาหาร/ขนมให้ลูกค้า?”
หรือบางร้านอาจมีออเดอร์ใหญ่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว
ปกติใช้ถุงวันละ 20–30 ใบ
แต่อยู่ดี ๆ มีออเดอร์จัดประชุมเข้ามา 100 กล่อง
ถุงที่ใช้อยู่แล้วคิดว่าน่าจะพอ
กลับหมดเร็วกว่าที่คิดครับ
ดังนั้นสำหรับผม
ความเร็วในการเติมสต๊อกถุงกระดาษ จึงเป็นเรื่องที่มีผลกับการทำงานของร้านจริง ๆ
และเป็นหนึ่งใน pain point ของเจ้าของธุรกิจ
เหตุผลที่ 1: ความเร็วในการจัดส่งถุงกระดาษผ่านไรเดอร์

เหตุผลแรกที่ Paisarn Packs แนะนำส่งผ่านพี่ไรเดอร์ คือเรื่องที่ง่าย ๆ เลยครับ
ความเร็วในการจัดส่ง
การส่งผ่านพี่ไรเดอร์มีข้อดีตรงที่
เมื่อทางร้านเรียกรถ พี่ไรเดอร์จะมารับสินค้าที่ Paisarn Packs
และนำไปส่งที่ร้านของคุณ หรือปลายทางที่คุณต้องการโดยตรง
พูดง่าย ๆ คือ
Paisarn Packs → ร้านของคุณ
ไม่ได้ต้องนำสินค้าไปเข้าคลังก่อน
ไม่ได้ต้องรอการคัดแยกก่อน
ไม่ได้ต้องรอรถขนส่งรอบถัดไป
และไม่ได้มีจุดแวะส่งสินค้าอื่น ๆ ระหว่างทางเหมือนระบบพัสดุบางรูปแบบ
แน่นอนครับว่า
ไม่ได้หมายความว่าจะเร็วเหมือนกันทุกครั้ง
เพราะการส่งผ่านพี่ไรเดอร์มีเรื่องระยะทาง, สภาพการจราจร
ช่วงเวลาที่เรียกรถ รวมถึงจำนวนคนขับที่มีอยู่ในช่วงนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แต่ข้อดีคือ
เราเริ่มส่งสินค้าให้คุณได้ทันที และเราเข้าใจธุรกิจของลูกค้าเรา ที่ต้องการถุงกระดาษเร็วที่สุด
สำหรับธุรกิจแล้ว เวลามีค่ายิ่งกว่าทองคำ
(ความต่างระหว่าง 1 วันกับ 1 ชั่วโมง มีความหมายมาก)
ลองนึกภาพร้านอาหารร้านหนึ่ง
ตอนเช้าสต๊อกถุงกระดาษยังดูเหมือนจะเพียงพอ
แต่ช่วงเที่ยงดันมีออเดอร์เข้ามาเยอะกว่าปกติ
จนถุงหมด
ถ้าคุณเลือกส่งผ่านการส่งพัสดุ
คุณอาจต้องรอถึงวันถัดไปหรืออีกหลายวัน กว่าจะได้ใช้ถุงกระดาษ
แต่ถ้าร้านอยู่ในกรุงเทพฯ และยอมรับในส่วนของค่ารถได้
คุณอาจมีทางเลือกในการนำถุงมาเติมสต๊อกภายในวันนั้น
ด้วยการส่งผ่านพี่ไรเดอร์ได้
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงคิดว่า
การส่งแบบนี้ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะกับคนที่
“ถุงหมดแล้ว”
เท่านั้นครับ
คนที่สั่งเผื่อไว้ ก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน
สมมุติที่ร้านของคุณมีถุงอยู่ 100 ใบ
และใช้วันละประมาณ 10 ใบ
คุณอาจไม่ได้รอให้เหลือ 0 ใบแล้วค่อยสั่ง
แต่เลือกสั่งตอนเหลือประมาณ 20–30 ใบ
เพื่อให้มีของสำรองไว้
แบบนี้คุณก็สามารถวางแผนสั่งของได้สบายขึ้นครับ
และยิ่งถ้ารู้ว่าถุงสามารถมาถึงภายในวันที่คุณสั่ง
ความรู้สึกในการสต๊อกสินค้าก็จะต่างออกไป
เพียงเพราะกลัวว่า
“ถ้าสั่งแล้วต้องรอนาน จะไม่มีของใช้”
สำหรับผม นี่เป็นอีกข้อดีที่สำคัญครับ
และคุณจะสบายใจมากขึ้น และไม่ต้องกังวลในเรื่องของถุง
ตัวอย่างที่เราเคยเจอ และแสดงให้เห็นว่า ความรวดเร็วในการส่งถุง สำคัญกับลูกค้าหลายคน
ผมเคยมีลูกค้าที่ต้องการใช้ถุงกระดาษสำหรับงานออกบูธในห้างสรรพสินค้าแถวเจริญนคร
และต้องการถุงค่อนข้างเร่งด่วน สุดท้ายเราใช้วิธีส่งผ่านพี่ไรเดอร์
และสามารถส่งถึงลูกค้าได้ในเวลาประมาณ 5 นาทีครับ
แน่นอนว่าเคสนี้ถือว่าเร็วมาก แต่ไม่ใช่เวลาจะสามารถรับประกันได้กับทุกออเดอร์นะครับ
เพราะแต่ละวันสภาพการจราจรไม่เหมือนกัน ระยะทางออเดอร์อาจจะต่างกัน
รวมถึงจำนวนพี่ไรเดอร์ที่พร้อมรับงานในช่วงนั้นๆ
แต่ที่ผมยกตัวอย่างนี้ให้เห็นว่า
เมื่อร้านของคุณอยู่ในกรุงเทพฯ และอยู่ในระยะที่เหมาะสม
การส่งผ่านพี่ไรเดอร์สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่อง
“ต้องการใช้ถุงเร็ว”
ได้จริงครับ
เหตุผลที่ 2: ค่าส่งถุงกระดาษผ่านไรเดอร์อาจคุ้มกว่า เพราะถุงกระดาษเป็นสินค้าที่มีน้ำหนัก

อีกเรื่องที่ผมคิดว่าสำคัญมากสำหรับเจ้าของธุรกิจ
คือ ค่าส่งครับ
เพราะสุดท้าย ค่าส่งก็เป็นต้นทุนอย่างหนึ่งของธุรกิจ
ยิ่งคุณได้ต้นทุนถูกเท่าไหร ยิ่งช่วยธุรกิจของคุณมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นเจ้าของร้านจึงมักต้องมอง
ต้นทุนสินค้า + ค่าขนส่ง
ไปพร้อมกันครับ
ทำไมถุงกระดาษเป็นสินค้าที่มีความแตกต่างจากสินค้าอื่น?
ถุงกระดาษมีทั้ง น้ำหนัก และ ขนาด เข้ามาเกี่ยวข้องครับ
ซึ่งเป็นข้อเสียอย่างหนึ่งของถุงกระดาษนะครับ
เพราะเป็นสินค้าที่ราคาไม่สูง แต่น้ำหนักเยอะ
ราคาถุงกระดาษต่อใบส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 4-5 บาท
แค่หนึ่งแพ็กก็สามารถหนักหลายกิโลกรัมได้
ยกตัวอย่างถุงกระดาษไซส์ D3
แพ็ก 50 ใบ
น้ำหนักประมาณ 4–5 กิโลกรัมครับ
และลูกค้าของเราหลายร้านไม่ได้สั่งแค่ 50 ใบ
บางร้านสั่ง 100 ใบ
บางร้าน 200 ใบ
บางร้าน 300 ใบ
ถ้าส่งด้วยระบบที่คิดค่าขนส่งตามน้ำหนัก
เมื่อจำนวนถุงเพิ่มขึ้น
ค่าส่งก็มีโอกาสเพิ่มตามไปด้วย
แล้วการส่งถุงกระดาษผ่านไรเดอร์ต่างกันอย่างไร?
จุดที่ผมมองว่าน่าสนใจคือ
การส่งผ่านพี่ไรเดอร์จะคำนวณจาก
ระยะทางระหว่างต้นทางกับปลายทาง
มากกว่าการคิดจากน้ำหนักสินค้าโดยตรง
หากน้ำหนักมากเกินก็จะต้องเปลี่ยน ประเภทของรถให้ใหญ่ขึ้น
สมมุติร้านคุณอยู่ห่างจาก Paisarn Packs ในระยะหนึ่ง
และค่ารอบการส่งอยู่ที่ประมาณหนึ่ง
ถ้าสินค้าสามารถขนไปด้วยรถคันเดียวกันได้
ไม่ว่าคุณจะสั่ง
50 ใบ
100 ใบ
หรือ 300 ใบ
ค่าส่งก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนถุงแบบเดียวกับการคิดตามน้ำหนักครับ
ตรงนี้เองที่ทำให้การส่งผ่านพี่ไรเดอร์น่าสนใจ
โดยเฉพาะกับลูกค้าที่สั่งถุงกระดาษจำนวนมาก
หรือลูกค้าที่ระยะทางของร้านมาถึงร้านเราไม่มาก
ยิ่งสั่งมาก ยิ่งควรลองเปรียบเทียบค่าส่ง
ผมไม่ได้หมายความว่า
ไรเดอร์ถูกกว่าพัสดุทุกกรณีนะครับ
เพราะมันขึ้นอยู่กับ
- ระยะทาง
- จำนวนถุง
- ขนาดของถุง
- วิธีการคิดค่าขนส่งของแต่ละบริษัท
ดังนั้นถ้าคุณอยู่ไกลจากร้านมากๆ
และสั่งเพียง 50 ใบ
บางกรณีส่งพัสดุอาจคุ้มกว่า
แต่ถ้าคุณอยู่ในกรุงเทพฯ
อยู่ไม่ไกลจากร้านมาก
และสั่ง 100–300 ใบ
ผมแนะนำให้ลองเปรียบเทียบดูครับ
เพราะบางครั้ง
ค่าส่งอาจต่างกันมากกว่าที่คิด
เราไม่ได้บวกค่าบริการเพิ่มจากการเรียกไรเดอร์
อีกเรื่องที่ผมอยากบอกผู้อ่านทุกท่านไว้ตรงนี้ครับ
สำหรับออเดอร์ที่ไม่ได้เข้าเงื่อนไขส่งฟรี
ทางร้านสามารถช่วยเรียกพี่ไรเดอร์ให้ได้
โดยลูกค้าชำระค่าส่งตามจริง ปลายทางที่พี่ๆไรเดอร์ได้เลย
หลังจากสินค้าส่งไปถึงมือลูกค้า
เราไม่ได้บวกค่าบริการเพิ่มจากการเรียกรถครับ
เพราะผมมองว่าการช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ลูกค้า
เป็นส่วนหนึ่งของการบริการที่เราสามารถช่วยได้
ลูกค้าไม่จำเป็นต้องมานั่งเรียกรถเอง
เพียงแจ้งปลายทางที่ถูกต้อง เบอร์โทร
เราก็ช่วยจัดการให้ครับ
เหตุผลที่ 3: ลดความกังวลเรื่องการจัดส่ง

เหตุผลสุดท้ายเป็นเรื่องที่อาจไม่ได้วัดออกมาเป็นตัวเลขได้ง่าย
แต่ผมคิดว่ามีประโยชน์กับเจ้าของร้านมากๆครับ
คือ ความสบายใจ
เวลาคุณสั่งสินค้าและส่งแบบพัสดุ
สินค้าจะต้องผ่านหลายขั้นตอน
จากร้าน ไปศูนย์คัดแยก ไปศูนย์กระจายสินค้า
แล้วจึงไปถึงปลายทาง
ระบบนี้มีข้อดีมากครับ
เพราะสามารถส่งสินค้าไปได้ทั่วประเทศ
แต่ในมุมของเจ้าของร้าน
บางครั้งเราก็ต้องติดตามสถานะไปด้วย
“ของออกหรือยัง?”
“ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”
“พรุ่งนี้จะถึงไหม?”
“ทำไมสถานะยังไม่เปลี่ยน?”
โดยเฉพาะถ้าสินค้าที่เรารอเป็นของที่ต้องใช้ในร้าน
ความกังวลตรงนี้ก็เพิ่มขึ้นครับ
การส่งผ่านพี่ไรเดอร์มีเส้นทางที่สั้นกว่า
ถ้ามองแบบง่ายที่สุด
การส่งผ่านพี่ไรเดอร์มีจุดหลัก ๆ ที่สัมผัสสินค้าเพียง
ร้าน Paisarn Packs
↓
พี่ไรเดอร์
↓
ร้านของคุณ
หลังจากพี่ไรเดอร์มารับของจากร้านเราแล้ว
จุดหมายต่อไปก็คือร้านของคุณครับ
ไม่ได้ต้องไปเข้าศูนย์กระจายสินค้า
ไม่ได้ต้องเปลี่ยนรถหลายรอบ
และไม่ได้ต้องรอรอบขนส่งถัดไป
สำหรับสินค้าที่เป็นถุงกระดาษ
ผมคิดว่าวิธีการส่งแบบนี้ค่อนข้างเหมาะกับเจ้าของธุรกิจครับ
เพราะเราต้องการให้สินค้าไปถึงมือเจ้าของร้านโดยตรง
และใช้เวลาน้อยที่สุด
อีกเรื่องที่ช่วยให้เจ้าของร้านสบายใจขึ้น
หลังจากเรียกพี่ไรเดอร์
เราสามารถอัปเดตสถานะให้ลูกค้าได้ครับ
เช่น
พี่ไรเดอร์มารับสินค้าแล้ว
พร้อมแนบรูปเป็นหลักฐาน
และแจ้งสถานะการจัดส่งให้ทราบ
ดังนั้นเจ้าของร้านก็สามารถกลับไปทำงานของตัวเองต่อได้
ไม่ต้องมาคอยถามตลอดว่า
“ของถึงไหนแล้วครับ?”
เพราะเราสามารถติดต่อผ่านลิงก์ในแอพของพี่ไรเดอร์ได้เลย
แล้วการส่งผ่านไรเดอร์ช่วยเรื่องสินค้าเสียหายไหม?
ผมคิดว่าต้องพูดแบบเรียลๆ ตรงนี้ครับ
การส่งผ่านพี่ไรเดอร์ไม่ได้หมายความว่า
“ไม่มีโอกาสเกิดความเสียหายเลย”
เพราะทุกการขนส่งมีความเสี่ยงครับ
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ
สินค้ามีการเคลื่อนย้ายผ่านจุดต่าง ๆ น้อยกว่า
จากร้านเรา
ขึ้นรถ
แล้วไปยังปลายทาง
เมื่อเทียบกับระบบที่ต้องผ่านหลายจุด
สำหรับถุงกระดาษเอง
เราก็อยากให้ถุงไปถึงร้านในสภาพที่พร้อมใช้งาน
ไม่ยับ
ไม่เปียก
และไม่ชำรุดจากการขนส่ง
เพราะสุดท้ายแล้ว
ลูกค้าของเราก็ซื้อถุงไปใช้กับลูกค้าของเขาอีกทีครับ
แล้วใครเหมาะกับการส่งผ่านพี่ไรเดอร์?
จากที่ผมได้เห็นการสั่งซื้อของลูกค้าที่ร้าน
ผมคิดว่าการส่งผ่านพี่ไรเดอร์จะเหมาะกับร้านประมาณนี้ครับ
ร้านที่ 1 — ร้านที่อยู่ในกรุงเทพฯ
เพราะระยะทางเป็นปัจจัยสำคัญของค่าส่ง
ยิ่งอยู่ใกล้ร้าน
ยิ่งมีโอกาสคุ้มครับ
ร้านที่ 2 — ร้านที่ใช้ถุงเป็นประจำ
ถ้าคุณใช้ถุงทุกวัน
และไม่อยากสต๊อกไว้เยอะเกินไป
การสามารถเติมของได้เร็วก็เป็นข้อดีมากครับ
ร้านที่ 3 — ร้านที่ต้องการของภายในวัน
เช่น
ถุงใกล้หมด
มีออเดอร์ใหญ่เข้ามา
มีงานออกบูธ
หรือมีงานที่ต้องใช้ถุงแบบเร่งด่วน
ร้านที่ 4 — ร้านที่สั่งถุงจำนวนมาก
ถ้าคุณสั่ง 100–300 ใบ
หรือมากกว่านั้น
ลองเปรียบเทียบค่าส่งระหว่างพัสดุกับไรเดอร์ดูครับ
เพราะน้ำหนักของถุงอาจทำให้ค่าส่งพัสดุเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก
แล้วใครอาจเหมาะกับการส่งพัสดุมากกว่า?
ผมคิดว่าเราก็ต้องพูดถึงอีกด้านด้วยครับ
เพราะไม่ได้มีวิธีไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน
ถ้าคุณอยู่ต่างจังหวัด
หรืออยู่ไกลจากร้านมาก
และไม่ได้ต้องการใช้สินค้าแบบเร่งด่วน
การส่งพัสดุอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
โดยเฉพาะถ้าสั่งจำนวนไม่มาก
ดังนั้นผมไม่ได้อยากให้บทความนี้กลายเป็น
“ไรเดอร์ดี พัสดุไม่ดี”
เพราะมันไม่ใช่แบบนั้นครับ
ทั้งสองวิธีมีจุดที่เหมาะแตกต่างกัน
ก่อนสั่ง ลองเช็กค่าส่งก่อนก็ได้นะครับ
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่า
“ร้านของเราควรส่งแบบไหนดี?”
วิธีง่ายที่สุดคือ
ลองเปรียบเทียบค่าส่งก่อนครับ
ใส่จุดรับสินค้าเป็น Paisarn Packs หรือ (คลิ๊กที่นี่)
และใส่ปลายทางเป็นร้านของคุณ
ลองดูว่าค่าส่งแต่ละประเภทรถประมาณเท่าไหร่
จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับค่าพัสดุ
เพราะสุดท้ายแล้ว
คุณจะได้เห็นตัวเลขจริงของร้านตัวเอง
และสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ
สรุป: ทำไม Paisarn Packs ถึงแนะนำส่งผ่านพี่ไรเดอร์?
ถ้าให้ผมสรุปแบบสั้นที่สุด
เหตุผลที่เราแนะนำการส่งผ่านพี่ไรเดอร์สำหรับลูกค้าในกรุงเทพฯ
มีอยู่ 3 เรื่องครับ
1. เร็ว
เหมาะกับคนที่ต้องการถุงภายในวัน
โดยเฉพาะตอนถุงใกล้หมด หรือมีออเดอร์เพิ่มขึ้นกะทันหัน
2. ค่าส่งอาจคุ้มกว่า
เพราะการส่งผ่านไรเดอร์คิดตามระยะทางเป็นหลัก
จึงอาจเหมาะกับถุงกระดาษที่มีน้ำหนักมาก โดยเฉพาะเมื่อสั่งหลายแพ็ค
3. สบายใจ
สามารถติดตามการเดินทางได้
รู้ว่าพี่ไรเดอร์มารับของแล้ว
และรู้ว่าสินค้ากำลังเดินทางมาที่ร้าน
ไม่ต้องรอผ่านหลายขั้นตอนเหมือนระบบพัสดุ
แต่สุดท้ายแล้ว
ผมไม่ได้คิดว่าทุกร้านต้องส่งผ่านพี่ไรเดอร์นะครับ
ถ้าร้านคุณอยู่ไกล
สั่งไม่เยอะ
และไม่ได้รีบใช้
พัสดุก็อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า
แต่ถ้าร้านคุณอยู่ในกรุงเทพฯ
ใช้ถุงกระดาษเป็นประจำ
และอยากได้รับของเร็ว
ผมคิดว่าการส่งผ่านพี่ไรเดอร์เป็นตัวเลือกที่น่าลองมากครับ
เพราะบางครั้ง
สิ่งที่เราต้องการจากการสั่งสินค้า
ไม่ได้มีแค่
“ของราคาถูกที่สุด”
หรือ
“ค่าส่งถูกที่สุด”
แต่คือ
“ของมาถึงทันเวลาที่เราต้องใช้ และเราไม่ต้องคอยกังวลกับมัน”
สำหรับเจ้าของร้านอาหารที่ต้องดูแลทั้งลูกค้า พนักงาน ออเดอร์ และเรื่องหลังร้านอีกมากมาย
ผมคิดว่า การที่มีใครช่วยจัดการเรื่องเล็ก ๆ อย่างการส่งถุงกระดาษให้เราได้
ก็อาจช่วยให้ชีวิตในการทำร้านง่ายขึ้นอีกนิดครับ
หากสนใจอยากฟังผมพูดเกี่ยวกับบทความนี้ แบบเป็นคลิปวีดีโอ (แต่ไม่ละเอียดเท่าบทความนะ)
สามารถเข้าไปชมได้ที่ Titkok ของที่ร้าน (คลิ๊กที่นี่)
บทความอื่นๆเพิ่มเติม ที่คุณอาจจะอยากรู้
บทความเรื่อง ลูกค้า 3 กลุ่ม หรือจริง ๆ แล้วคือ 3 เส้นทางของลูกค้า? (คลิ๊กที่นี่)
บทความเรื่อง ร้านเปิดใหม่มักมีเรื่องให้คิดเยอะกว่าที่คิด แล้วทำไม “ถุงกระดาษ” ถึงมักถูกคิดเป็นลำดับท้าย ๆ (คลิ๊กที่นี่)
บทความเรื่อง 5 เหตุผลที่ร้านอาหารควรใช้ถุงกระดาษใส่อาหาร (คลิ๊กที่นี่)
หากสนใจติดต่อเพื่อสั่งซื้อ ติดต่อได้ทางไหนบ้าง
Line ID @paisarnpack หรือ (คลิ๊กที่นี่)
โทร 02-222-5276
หน้าร้าน Google Map (คลิ๊กที่นี่)


Add comment