คุณผู้อ่านครับ จากประสบการณ์ที่ผมได้ให้คำปรึกษาเรื่องถุงกระดาษให้กับลูกค้าร้านอาหาร/เครื่องดื่ม คำถามหลักๆที่ผมมักจะได้รับก็คือ “ร้านคาเฟ่ใช้ถุงกระดาษอะไรดี”
จริงๆมีถามเข้ามาทุกประเภทธุรกิจอาหารเลยครับ
ไม่ว่าจะ ร้านอาหารตามสั่ง, ร้านคาเฟ่, ร้านขนมเค้ก, ร้านก๋วยเตี๊ยว ฯลฯ
คือ การที่เข้าของธุรกิจถามคำถามนี้มา ไม่ใช่ผิดนะครับ ซึ่งผมก็เข้าใจมากมุมมองของเจ้าของธุรกิจมากๆ
หลายท่านโฟกัสไปกับสิ่งต่างๆในร้านอาหาร มีหลายๆอย่างต้องดูแล ซึ่งถุงกระดาษในมุมมองเขาถือว่าเป็นเพียงแค่สิ่งเล็กๆภายในร้านเท่านั้น
จึงอยากได้ไซส์ถุงกระดาษที่ธุรกิจเดียวกันใช้ จะได้จบเรื่องถุงกระดาษ และเอาเวลาไปดูจุดอื่นต่อ
การเริ่มต้นด้วยคำถามนี้ ผมถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะครับ โดยเฉพาะเจ้าของร้านที่กำลังเปิดร้านใหม่ หรือร้านที่เริ่มเปลี่ยนจากถุงประเภทอื่น มายังถุงกระดาษ การรู้คร่าวๆสำหรับไซส์ที่ธุรกิจประเภทเดียวกันใช้เป็นส่วนใหญ่ ก็จะช่วยให้เห็นภาพกว้างของธุรกิจเดียวกันง่ายยิ่งขึ้น และเห็นภาพว่าส่วนใหญ่นิยมถุงกระดาษไซส์ไหน
แต่หลังจากที่ได้ให้คำปรึกษากับลูกค้าหลายๆท่าน ผมสังเกตนะครับว่า ถึงแม้จะเป็นธุรกิจอาหารเดียวกันแต่ลูกค้าแต่ละคนกลับใช้ถุงกระดาษไซส์ไม่เหมือนกัน อาจจะมีเหมือนกันในบางไซส์ แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกไซส์ แสดงว่าจริงๆแล้วร้านอาหารประเภทเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องใช้ถุงกระดาษไซส์เดียวกันทั้งหมด
การเลือกผ่านประเภทร้าน เหมาะสำหรับการเริ่มต้น
สมมุติว่าคุณผู้อ่านกำลังจะเริ่มเปิดร้านอาหารหรือธุรกิจประเภทใดก็ตาม และเรายังไม่ชัวร์ว่ากล่องอาหารที่เราจะใช้ไปยาวๆ จะเป็นไซส์ไหน ออเดอร์ของลูกค้าในร้านเราส่วนใหญ่จะสั่งทีละกี่กล่อง กลุ่มลูกค้าใดบ้างที่จะต้องใช้ถุงกระดาษในร้าน
ในสถานการณ์แบบนี้นะครับ ผมแนะนำว่าเราเลือกไซส์ถุงกระดาษผ่านประเภทร้าน ดีกว่าการเลือกผ่านบรรจุภัฑณ์อาหาร แต่เฉพาะในช่วงเริ่มเปิดร้านนะครับคุณผู้อ่าน เพราะอะไรผมจึงแนะนำให้เลือกแบบนี้ในตอนเริ่มต้น
เพราะเราสามารถดูไซส์ถุงกระดาษคร่าวๆของธุรกิจเดียวกันกับคุณได้ โดยไม่สับสนและทำให้คนที่เริ่มธุรกิจใหม่ ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์เมื่อต้องมาเลือกไซส์ถุงกระดาษ
แต่สิ่งเดียวที่เป็นข้อจำกัด ของวิธีการเลือกไซส์ถุงกระดาษผ่านประเภทร้าน ก็คือ การเลือกวิธีนี้เป็นเพียง “ภาพรวมคร่าวๆ” ซึ่งท้ายสุดแล้วไม่ได้เหมาะกับทุกร้าน
ทำไมร้านประเภทเดียวกัน ถึงใช้ถุงคนละขนาด
ลองนึกภาพต่อนะครับ หากคุณได้ไซส์ถุงกระดาษที่ดูจากธุรกิจใกล้ๆกันแล้ว จากนั้นเปิดธุรกิจมาเรื่อยๆ เราก็จะได้เห็นภาพของกลุ่มลูกค้าที่ซื้ออาหารที่ร้านเรามากขึ้น เห็นภาพชัดเจนขึ้น บางทีบางไซส์ที่เราเลือกมาตอนแรกอาจจะไม่เหมาะแล้วก็ได้นะครับ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นนะครับ เดี๋ยวผมยกตัวอย่างเช่น
ช่วงเปิดร้านอาหาร คุณเลือกไซส์ถุงกระดาษมาเรียบร้อยละ หลังจากเปิดร้านไปสักระยะ ก็พบว่ากลุ่มลูกค้าที่ซื้อกลับบ้าน หรือกลุ่มลูกค้าเดลิเวอรี่ของร้านเรา มักจะสั่งกลับบ้าน 4-6 กล่องกลับบ้าน ทำให้เราต้องใช้ถุงกระดาษที่ซื้อมา ต่อออเดอร์ประมาณ 2-3 ต่อใบ
แสดงว่าบางที การที่เราเลือกไซส์ถุงกระดาษที่ใหญ่ขึ้น เพียงพอจะลดจำนวนถุงกระดาษลงเหลือเพียง 1 ใบ ก็จะช่วยประหยัดต้นทุนมากขึ้นได้เยอะ ถูกไหมครับ แสดงว่าถุงกระดาษที่เราเลือกจากประเภทร้าน อาจจะใช้ได้ แต่ไม่เหมาะกับร้านเรา หลังจากที่เราเห็นพฤติกรรมการสั่งอาหารของลูกค้าเราแล้ว
นี่จะเป็นตัวอย่างเล็กๆครับ เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดยิ่งขึ้น แต่บางครั้งถ้าบังเอิญกลุ่มลูกค้าดันเหมาะกับไซส์ถุงกระดาษที่เราซื้อมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน ก็ใช้ยาวๆต่อได้เลยครับ
อย่างไรก็ตามแม้แต่ร้านอื่นๆที่ไม่ใช่ร้านอาหาร แต่ขายของกินก็สามารถมองมุมนี้ได้เหมือนกันนะครับ ไม่ว่าจะร้านกาแฟ ร้านคาเฟ่ที่มีขายเครื่องดื่มและขนม สุดท้ายแล้วแต่ละร้านก็มีโอกาสที่จะมีไซส์ถุงกระดาษที่เหมาะไม่เหมือนกัน
ทำไมการเลือกผ่านบรรจุภัณฑ์ จึงแม่นยำกว่า
หลังจากที่คุณเริ่มเปิดร้านไปสักระยะนึง คุณก็จะเริ่มรู้ถึงกลุ่มลูกค้าเราละ ว่าเป็นกลุ่มลุกค้าประเภทไหน ส่วนใหญ่สั่งประมาณกี่กล่องต่อหนึ่งออเดอร์ บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้แล้วเหมาะกับร้านเราเป็นบรรจุภัณฑ์ขนาดเท่าไหร
ข้อมูลที่ได้รับจากการเปิดร้านมาสักระยะ จะเป็นข้อมูลสำคัญในการเลือกไซส์ถุงกระดาษ ที่มากกว่าการที่เรารู้ว่าร้านเป็นร้านประเภทอะไร
เพราะสุดท้ายสิ่งที่ต้องใส่ลงในถุงกระดาษ ก็คือ บรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่ประเภทของร้าน
ยิ่งเรามีข้อมูลเกี่ยวกับออเดอร์ เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์มากเพียงใด เราก็จะเลือกไซส์ถุงกระดาษได้เหมาะกับร้านคุณมากยิ่งขึ้นครับ
แล้วเราควรเลือกวิธีไหนดี?
ทั้งสองวิธีไม่ได้มาแข่งกันนะครับ แต่ทั้งสองวิธีเหมาะกับคนละช่วงเวลาของร้านครับ
ถ้าคุณผู้อ่านอยู่ในช่วง กำลังเปิดร้านอาหาร หรือช่วงแรกๆที่เริ่มเปิดร้าน การเลือกไซส์ถุงกระดาษผ่านประเภทร้านจะเหมาะกว่า
เพราะเราจะเห็นภาพรวมได้ง่ายขึ้น เริ่มต้นได้ง่าย เพราะช่วงแรกเจ้าของธุรกิจต่างมีเรื่องให้คิดเยอะมากๆ และต้องทำทุกอย่างให้พอเรียบร้อย เพื่อจะได้เปิดร้าน
แต่เมื่อร้านเปิดมาสักระยะ และเริ่มรู้ว่าที่ร้านเหมาะกับบรรจุภัณฑ์อาหารแบบไหนที่ดีและคุ้มค่า และเห็นการสั่งออเดอร์ของลูกค้าร้านตัวเอง ว่ามีรูปแบบการสั่งแบบไหน จำนวนเท่าไหร การเลือกไซส์ถุงกระดาษผ่านบรรจุภัณฑ์อาหาร จะช่วยให้เลือกถุงกระดาษได้แม่นยำมายิ่งขึ้น และตอบโจทย์การใช้งานจริงมากกว่า
มาสรุปบทความนี้กันครับบ
สุดท้ายหลายคนอาจจะถามว่า แล้วเราควรเลือกไซส์ถุงกระดาษจากประเภทร้าน หรือจากบรรจุภัณฑ์อาหาร
คำตอบของผมคือ ถ้าคุณผู้อ่านเพิ่งเริ่มธุรกิจ และมีเวลาน้อย ไม่อยากปวดหัวกับการเลือกไซส์
คำตอบคือ ทั้งสองวิธีใช้ได้ครับ เพียงแต่มีหน้าที่ต่างกัน
ประเภทร้าน เหมาะสำหรับการเริ่มต้น
ส่วนบรรจุภัณฑ์ เหมาะสำหรับการเลือกไซส์ที่ตรงกับการใช้งานจริง
ถ้ามองแบบนี้ การเลือกถุงกระดาษก็จะไม่ใช่การเดาอีกต่อไป แต่เป็นการเลือกจากข้อมูลที่เหมาะกับร้านของคุณจริง ๆ


Add comment